Planet TLWG

Subscribe to Planet TLWG feed
Planet TLWG - http://debianclub.org/planet-tlwg
Updated: 1 year 16 hours ago

Udomsak: บันทึก node.js error build on window 7

12 January, 2014 - 05:39
Error Node.js  ::

MSB4019: The imported proje
ct "C:\Microsoft.Cpp.Default.props" was not found.

For case installing node.js module and fail when build even install node-gyp and follow instruction below

http://stackoverflow.com/questions/18608928/error-msb3411-could-not-l-oad-the-visual-c-component-vcbuild-exe/18779641#18779641

Problem still occur So i let  dirty fix  by Start VisualC++ 2010 and run console ( Run console fro VC++2010 Express ) build can run smoothly BUT if build fail with LINK and  kernel32.lib 
LINK : fatal error LNK1181: cannot open input file 'kernel32.lib'

I fix my self  by  'Run command-line from with-in VisualStudio C++ 2010 Express'

After that  i run cmd file for setting Environment  

C:\Program Files\Microsoft SDKs\Windows\v7.1\Bin\SetEnv.cmd 


My site Article and Topic

Udomsak: ประยุกต์ใช้ มือถือ Android ทำระบบติดตามรถ เพือป้องกันรถหาย กันขโมย BigBike ทำเอง

4 January, 2014 - 18:59
App สำหรับ Tracking พาหนะ ตอนนี้ มีปัญหาเรื่อง รถหายบ่อย ( SuperBike )  มีเป้าว่าจะปรับ   Interval update ให้เป็นแบบ Dynamic เพราะของเดิมโปรแกรมเป็น แบบ Fix rate ต่ำสุดคือ ( 15 Second ) ซึ่งทำให้กินแบตฯ  ( ทำเองขึนมาใหม่ )

ถ้าปล่อยให้ใช้ Battery ภายในมือถือ แบตจะหมดใน  3ชั่วโมง จาก  Charge เต็ม ( ทดสอบที่แบตเตอรี่ อายุ 1 ปี ) ซึ่งถือว่าเร็วมาก  

ส่วนการประยุกต์ใช้ คือ ทำการติดตั้ง Geotracking application ใส่ไว้ในมือถือเลือกเอาซ่อนไว้ที่ไหนสักที่ เพื่อป้องกัน โจรรู้ทาง ถอดออกทัน โดยมือถืออาจจะเลือกเอา  Android ถูกๆ สักเครื่องก็เพียงพอแล้ว จัด package ดีๆ เอาซ่อนไว้ที่ไหนสักที่ แค่นี้ก็ได้ กันขโมยรถ ราคาไม่เกิน 5,000บาท แล้วล่ะครับ  

หลังจากผมว่างๆ ผมจะลองทำการแก้ไขโปรแกรม ของชาวบ้านเขาดู ( Opensource ) 

ความสามารถของตัวโปรแกรม 


  • เป็นระบบติดตามแบบ Realtime ( ใกล้ Realtime )  
  • มี Web ให้ทำการ Monitor ได้ ฟรี !!
  • มี Profile การเดินทางให้ดูด้วย  ( ในภาพเป็นแบบ Speed )  โดยเป็นลักษณะ การ update ความเร็วเป็นช่วงๆ ไป  
  • เป็น โปรแกรม ฟรี 




งบประมาณ 


  • Android mobile 2,500 - 3,500 ( มือหนึ่ง หรือ มือสอง )  
  • SIM 3G  / 500+ บาท /  รายเดือน  






ตัว Application จะส่งค่ามาไว้ที่เวบ Server ซึ่งตอนนี้คือ greenalp.com
 

เปลี่ยนเป็นแบบ Dynamic จะทำให้ กินแบตฯ น้อยลง จากนั้น ทำที่ซุกซ่อนดีๆ ไปหา มือถือ Android ตัวเล็กๆ มาสักตัวแค่นี้ ได้แล้วสำหรับ กันขโมย 

เวบไซต์ของโปรแกรมนี้

http://www.greenalp.com/RealTimeTracker/
Play.google.com ส่วน Application download ได้ที่นี่เลยครับ 

https://play.google.com/store/apps/details?id=com.greenalp.RealtimeTrackerMy site Article and Topic

Sothorn: แจกหนังสือ CentOS ฉบับเข้าใจง่าย สำหรับลีนุกซ์มือใหม่

1 January, 2014 - 21:20

      จากประสบการณ์การใช้งานลีนุกซ์มาตั้งแต่ประมาณปี 2540 (Red Hat 5.0) ด้วยตัวผู้เขียนไม่ได้จบทางด้านคอมพิวเตอร์โดยตรง ศึกษาและใช้งานลีนุกซ์เพราะความชอบส่วนตัว จึงไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับลีนุกซ์ในระดับลึก แต่จากประสบการณ์การใช้งานที่ผ่านมา ทั้งการคอนฟิกเซิร์ฟเวอร์ และการเป็นวิทยากรสอน ก็ได้เห็นปัญหาของลีนุกซ์มือใหม่ต่อการทำความเข้าใจลีนุกซ์ จึงได้นำมาถ่ายทอดในหนังสือเล่มนี้เพื่อให้ลีนุกซ์มือใหม่ได้เข้าใจลีนุกซ์ง่ายยิ่งขึ้น

      จากที่เคยเขียนหนังสือเป็นคู่มืออบรมมาแล้วครั้งหนึ่งซึ่งเป็นคู่มือ CentOS 5 แล้วนำมาให้ดาวน์โหลดก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ต่อมาเพื่อนได้แนะนำให้เขียนภาษา Latex เมื่อทดลองเขียนก็พบว่าถูกใจมาก จึงมีความคิดที่จะปรับปรุงหนังสือเล่มเก่านำมาเขียนใหม่โดยใช้ Latex  ในการทำหนังสือเล่มนี้ผมใช้โปรแกรม Kile ซึ่งเป็นเครื่องมือในการเขียนภาษา Latex  xetex  จึงเป็นที่มาของการปรับปรุงหนังสือเล่มเก่าที่เคยให้ดาวน์โหลด แต่ในเล่มนี้จะไม่เขียนการคอนฟิกเซิร์ฟเวอร์
เนื่องจากว่าปัจจุบันสามารถค้นหาการคอนฟิกเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ ได้จากอินเทอร์เน็ตซึ่งมีอยู่เยอะ
อีกอย่างผู้เขียนเองปัจจุบันทำสวน  ไม่ได้คอนฟิกเซิร์ฟเวอร์เหมือนแต่ก่อน ซึ่งถ้านำเสนอไปอาจเกิดความผิดพลาดได้

สำหรับหนังสือเล่มนี้นำไปแจกจ่ายได้ตาม สัญญาอนุญาตเป็นแบบ  Creative Commons  (CC-BY-NC-SA)

ดาวน์โหลด 1

ดาวน์โหลด 2

ขอบคุณแหล่งดาวน์โหลด โรงพยาบาลภักดีชุมพล และโรงพยาบาลกุดชุม

bact: Happy 2014: “เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ๆ อย่างบ้าๆ”

1 January, 2014 - 16:11

สวัสดีปีใหม่นะครับ “คำอวยพร” หรือ “ความปราถนาดีต่อกัน” ที่เหมาะสมกับปี 2014 อย่างยิ่ง น่าจะเป็นที่อ.ป๋วยเคยเขียนไว้ว่า

“เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ๆ อย่างบ้าๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามกลางเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ”

โชคลาภเงินทองไปหากันเองเถิดครับ ขอให้ทุกคนแค่นี้พอ

bact: จลาจลในสิงคโปร์

10 December, 2013 - 20:31

ภาพในความคิด สังคมมีระเบียบ บ้านเมืองสงบสุข สิงคโปร์

สองวันก่อน คนอินเดียถูกรถเมล์ชน ในย่านลิตเติ้ลอินเดียของสิงคโปร์ คนแถวนั้นซึ่งจำนวนมากเป็นแรงงานเชื้อสายเอเชียใต้โกรธ ก่อจลาจล เผารถในบริเวณนั้นไปห้าคัน และคว่ำรถตำรวจไปสองคัน

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ประกาศดำเนินคดีผู้ก่อเหตุจลาจลอย่างถึงที่สุด

แรงงานข้ามชาติเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสิงคโปร์ ตำแหน่งงานค่าจ้างต่ำ เช่นแรงงานก่อสร้าง ล้วนเต็มไปด้วยชาวอินเดียและบังคลาเทศ

อย่างไรก็ตาม สภาพการจ้างงานของแรงงานข้ามชาติในสิงคโปร์ก็เช่นเดียวกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ คือมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานภายในประเทศ และมักได้รับค่าแรงต่ำกว่าแรงงานท้องถิ่นในตำแหน่งเดียวกัน

ปีที่แล้ว พนักงานขับรถเมล์จากจีนแผ่นดินใหญ่นัดหยุดงาน เพื่อประท้วงค่าจ้างที่ได้ต่ำกว่าพนักงานขับรถเมล์ชาวสิงคโปร์ แถมนายจ้างยังจัดหาที่พักให้คนงานชาวสิงคโปร์อีกด้วย

ในท้ายที่สุด พนักงานขับรถเมล์ชาวจีนสี่คนที่ร่วมประท้วง ก็ไปนอนเล่นในคุก

เหตุการณ์จลาจลอย่างที่เกิดในลิตเติ้ลอินเดีย เกิดไม่บ่อยนักในสิงคโปร์ หลายคนในชั่วชีวิตไม่เคยได้เห็นด้วยซ้ำ บางสำนักข่าวบอกว่าครั้งแรกในรอบ 30 ปี บางสำนักบอก 40 แล้วแต่จะนับว่าครั้งล่าสุดคือเหตุการณ์อะไร

แต่ทั้งหมด ถ้าไม่เกี่ยวกับสภาพการจ้างงาน ก็เป็นเรื่องความขัดแย้งทางเชื้อชาติ หรือสิ่งที่ตามมาจากการปราบปรามคอมมิวนิสต์

ความรุนแรงเป็นเรื่องที่ควรยับยั้ง — ถ้าจะให้ดี ก็ตั้งแต่ต้นทาง

LookHin: ติดตั้งและใช้งาน Tor + Provoxy เพื่ออำพรางตัว

6 December, 2013 - 12:48

ทุกครั้งที่เราเปิดเข้าไปยังเว็บไซต์ต่างๆ เราไม่ได้ส่งข้อมูลแค่ว่าต้องการดูหน้าไหนไปเท่านั้น แต่ยังมีหลายเลข IP Address และข้อมูลอื่นๆ ของบราวเซอร์ติดไปด้วย ซึ่งเซิร์ฟเวอร์จะทำการเก็บข้อมูลเหล่านี้ลงล็อกไฟล์ของระบบ ทำให้สามารถสืบกลับมาหาต้นทางของเราได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก วิธีการที่เราจะใช้ในการอำพรางตัวบนโลกอินเตอร์เน็ตก็สามารถทำได้โดยการใช้งานพรอกซี่ ซึ่งถ้าเป็นก่อนหน้านี้เราก็ต้องหาพรอกซี่เซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้เป็นทางผ่าน แต่ปัญหาของการใช้งานพรอกซี่โดยทั่วไปก็คือข้อมูลจะวิ่งจากเครื่องของเราไปยังพรอกซี่และไปยังเซิร์ฟเวอร์ปลายทางเลย ทำให้ยังมีโอกาสสูงที่จะถูกติดตามกลับมาได้ว่าเราเป็นใคร แต่ Tor (The Onion Router) และ Provoxy ช่วยเราได้

วันนี้เราจะมาแนะนำการใช้งาน Tor (The Onion Router) กับ Provoxy เพื่อทำหน้าที่เป็นพรอกซี่กันครับ การใช้งาน Tor จะทำให้เราปลอดภัยจากการสืบกลับได้มากกว่าการใช้งานพรอกซีปกติเพราะว่า Tor จะสร้างโหนดขึ้นมาให้เราวิ่งผ่าน 3 โหนดและข้อมูลที่รับส่งระหว่างโหนดก็จะถูกเข้ารหัส (ยกเว้นโหนดสุดท้ายก่อนถึงปลายทาง) ทำให้เป็นการยากที่จะทราบว่าต้นทางจริงๆอยู่ที่ไหน แต่เนื่องด้วยตัว Tor ใช้ SOCKS Proxy อาจจะทำให้ไม่สามารถใช้งานรวมกับโปรแกรมบางตัวที่ไม่สามารถใช้งาน SOCKS Proxy ได้ ดังนั้นเราจะใช้ Provoxy ในการ forward จาก HTTP Proxy ไปยัง SOCKS Proxy ของ Tor อีกที ฟังดูยุ่งยากสับสน มาลองดูของจริงกันเลยดีกว่าครับ

อย่างแรกเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Tor เพื่อดาวโหลดโปรแกรม เลือกเอาตัว Vidalia Bridge Bundle นะครับ โหลดเสร็จแล้วก็ทำการติดตั้งให้เรียบร้อย (ก็แค่คลิกๆ) https://www.torproject.org/download/download.html.en

จากนั้นเข้าไปยังเว็บไซต์ของ Provoxy เพื่อดาวโหลดโปรแกรม โดยโปรแกรมอยู่ใน sourceforge คลิกโหลดตรงจากลิงค์นี้ได้เลยครับ http://sourceforge.net/projects/ijbswa/files/

เมื่อทำการติดตั้ง Tor กับ Provoxy เรียบร้อยแล้ว เราจะเห็นไอคอนของทั้งสองโปรแกรมอยู่ที่ system tray น่าจะเป็นหัวหอมกับตัวพี

ต่อไปทำการคอนฟิกตัว Provoxy ให้ทำการ forward จาก HTTP Proxy ไปยัง SOCKS Proxy โดยดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอนรูปตัวพีที่ system tray จากนั้นเลือกไปที่ Options -> Edit Main Configuration

ที่ไฟล์คอนฟิก ค้นหาคำว่า forward-socks5 และเอา # ข้างหน้าบรรทัดนั้นออกครับ

ขั้นตอนถัดไปทำการคอนฟิก Tor (จริงๆก็ไม่ได้คอนฟิกอะไร แค่เปิดขึ้นมาดูเฉยๆ) ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอนรูปหัวหอมและเลือกที่ Settings

ในหน้า Sharing ให้เลือกที่ Run as client only เพราะว่าเราจะใช้งานเป็น client อย่างเดียว แต่ถ้าใครต้องการให้เครื่องของเราใช้เป็นทางผ่านให้กับผู้ใช้ Tor คนอื่นในระบบก็สามารถเลือก Relay traffic inside the Tor network (none-exit relay) หรือ Relay traffic for the Tor network (exit relay) ได้ครับ

ขั้นตอนสุดท้ายทำการคอนฟิกบราวเซอร์หรือโปรแกรมอื่นๆที่เราจะใช้งาน ให้ทำการวิ่งผ่าน Tor (ผมจะทำตัวอย่างแค่กับ Firefox นะครับ) โดยให้เลือกที่เมนู Options และให้เลือกที่แท๊บ Network จากนั้นคลิกที่ Connection Setting

จากนั้นตั้งค่า HTTP Proxy ให้เป็น IP 127.0.0.1 และ Port 8118 เท่านี้ก็เรียบร้อย

ทดสอบเข้าไปที่ https://check.torproject.org/?lang=th เพื่อเช็คว่าเราสามารถใช้งานผ่าน Tor ได้แล้วหรือยัง (จากตัวอย่างจะเห็นว่า IP Address จะไม่ใช่ IP ของเครื่องเรา)

ทีนี้หากว่าเราต้องการเปลียนเส้นทางการวิ่งของ Tor ให้คลิกขวาที่ไอคอนรูปหัวหอมและเลือก New Identity จากนั้นลองเข้าไปเช็ค IP อีกรอบ จะเห็นว่าเราได้ IP ใหม่มาใช้งานแล้ว

#ข้อควรระวัง
- เราไม่ควรใช้งาน Tor กับระบบที่มีการรับส่งข้อมูลที่สำคัญอย่างเช่นระบบของธนาคาร เพราะเราไม่รู้ว่าเครื่องที่ทำหน้าที่เป็น proxy ปลายทางนั้น มีการดักจับข้อมูลอะไรหรือเปล่า (เครื่องสุดท้ายในวงจรของ Tor จะไม่เข้ารหัสข้อมูล)

Neutron: Disable VLAN filtering - Intel I350 (igb driver)

3 December, 2013 - 11:29

ประมาณ 1 - 2 เดือน ที่ผ่านมา ได้ติดตั้งระบบ RahuNAS ไปกับเครื่อง IBM x3650 M4 ซึ่งแน่นอนว่า เครื่องรุ่นนี้ ไม่สามารถติดตั้ง Debian GNU/Linux 6.0 (Squeeze) ลงไปตรง ๆ ได้ เนื่องจาก Hardware ใหม่ จึงต้องใช้ทางอ้อมคือ ติดตั้ง Debian GNU/Linux testing (jessie) เข้าไป และทำการติดตั้ง Linux KVM เพื่อติดตั้ง Squeeze ข้างในอีกชั้นหนึ่ง

ประเด็นมีอยู่ว่า site ที่นำไปใช้งานเป็น สถาบันอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาขนาดกลาง มีความจำเป็นต้องใช้ VLAN ในการบริหารจัดการระบบ และแยกระบบเป็นส่วนย่อย ๆ เพื่อง่ายต่อการดูแล ปัญหาที่พบเบื้องต้นคือ พอยัด network interface เข้า bridge ปรากฎว่า linux guest (rahunas) มองไม่เห็น vlan พยายามแก้อยู่หลายวิธี ทั้ง disable tx/rx vlan offload ก็ไม่หาย ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก จึงพยายามทำ PCI Passthrough ซึ่งก็ได้ผล ส่ง NIC เข้าไปให้ guest ใช้งานเลย

แต่เรื่องไม่จบ เนื่องจากระบบเหมือนจะทำงานปกติ แต่ทว่า ระบบทำงานไปสัก 1 - 2 อาทิตย์ kernel ก็แจ้งปัญหาเกี่ยวกับ DMAR (DMA Relocation) ซึ่งเป็น function ที่เปิดใช้งาน เพื่อให้ทำ PCI Passthrough ได้ (intel_iommu) พยายามแก้ปัญหาอยู่ 2 - 3 รอบ จึงตัดสินใจว่า ถ้าไปทางนี้ต่อไม่ดีแน่

ดังนั้นจึงถอยกลับมาดูว่า เหตุผลที่ทำให้ vlan ไม่ไปโผล่ที่ linux guest เกิดเนื่องจากสาเหตุอะไร จนมาถึงบางอ้อว่า hardware และ driver มีส่วนที่รองรับการทำงานที่ชื่อว่า HW VLAN filtering ซึ่ง driver igb มีการ enable มาโดยปริยาย และค้นต่อไปจนเจอ
https://github.com/intel-ethernet/Open-AVB/commit/6ce0e44954ededc948428b...
ซึ่งเป็น patch สำหรับปิด function นี้ ถึงจะเป็นวิธีที่ไม่ค่อยจะสวยเท่าไร แต่ก็น่าลอง

จัดแจง แก้ igb driver source code แล้วทำการ build เฉพาะ module ด้วยประสบการณ์ที่เคย build ipset (รอดตัวไป ถ้าต้อง build ใหม่ทั้ง kernel ตายคัก ๆ) เสร็จก็จัดการ copy module เข้าไปแทนที่ของเดิม แล้วก็ reboot เครื่อง ด้วยเหตุผลที่ว่า ทุกกระบวนการ remote เข้าไปทำ หุหุ ไม่กลับมานี่งานงอก แต่ผลออกมาคือ ใช้งานได้ (รอดตัวไป)

รอดูอีกอย่างน้อย 2 - 3 อาทิตย์ ถ้าทางสถาบันยังต้องการใช้งานอยู่นะครับ เรื่องการเมืองภายในผมไม่ยุ่ง หน้าที่ของวิศวกรคือแก้ปัญหาระบบ ผมทำหน้าที่ผมอย่างดีที่สุด ด้วยความรู้ความสามารถที่ผมมี

Happy Hacking!

Thep: My GNOME Escape

24 November, 2013 - 13:34

หนึ่งปีเต็มที่ผมได้เปลี่ยนมาใช้ Xfce เต็มตัว (บันทึกการทดลองใช้ E17, LXDE และ Xfce ก่อนจะตกลงปลงใจที่ Xfce) รู้สึกว่าได้เดสก์ท็อปที่ลงตัว ไม่พยายามวิ่งตามแพลตฟอร์มอื่นมากเกินไป ไม่ว่าจะวินโดวส์หรือแมคหรือแอนดรอยด์ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้อนุรักษ์นิยมกับยูนิกซ์จ๋าจนดูตกยุค เรื่อง usability ถือว่าสอบผ่าน ความยืดหยุ่นในการปรับแต่งก็มีเหนือ GNOME โปรแกรมต่าง ๆ ที่จำเป็นก็มีให้เกือบครบ บางตัวที่ไม่มี (เช่น PDF viewer) ผมก็ยืมใช้จาก GNOME ไปพลางก่อน แต่ก็ทยอยถอดถอนตัวที่ไม่จำเป็นออกไปเรื่อย ๆ และคงรุ่น GNOME app ส่วนใหญ่ไว้ที่ 3.4

สาเหตุที่ยังคงรุ่น GNOME app ไว้ที่ 3.4 ก็เพราะการอัปเกรดเกินรุ่นนี้จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของระบบอย่างใหญ่หลวง เช่น GDM 3.8 จะลากเอา systemd มาลง (ผ่านทาง gnome-settings-daemon) ซึ่ง systemd นี้ จะเป็นดีมอนสำหรับบูตระบบซึ่งจะมาแทนที่ sysvinit ที่ Debian ใช้อยู่ และ เป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ในหมู่นักพัฒนาแพลตฟอร์มยูนิกซ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ลินุกซ์ (เช่น OpenBSD, FreeBSD, Solaris) เพราะเป็นระบบบูตที่จำเพาะเจาะจงกับลินุกซ์เท่านั้น และยังมีข้อสังเกตว่ามัน ออกแบบขัดกับปรัชญาของยูนิกซ์อย่างแรง

ไม่ใช่แต่เท่านั้น GDM 3.8 ยังใช้ GNOME Shell ทำงานเป็นหน้าล็อกอินอีกด้วย คุณอาจจะคิดว่าผมใช้ความรังเกียจ GNOME Shell มาตัดสิน แต่ถ้าคุณมองความเหมาะสมในทางเทคนิคแล้ว จะเห็นว่ามีอะไรมากกว่านั้น ในเมื่อ GDM ต้องใช้ GNOME Shell และ GNOME Shell ก็ต้องใช้แทบทุกสิ่งทุกอย่างของ GNOME เพราะ GNOME Shell เองก็ออกแบบมาให้รวมทุกสิ่งทุกอย่างของ GNOME เข้ามาในตัว ไม่ว่าจะเป็นการจัดการพลังงาน การใช้พาเนล การจัดการเครือข่าย ไปจนถึง instant messenger และ video call! (ในฐานะนักแปล ผมติดตามเรื่องนี้ได้ไม่ยากครับ ทุกครั้งที่เห็นการย้ายข้อความจากแพกเกจอื่นเข้า GNOME Shell ผมปาดเหงื่อตลอด) ซึ่งก็หมายความว่า คุณไม่สามารถติดตั้ง GDM เพียงลำพังในฐานะ display manager ของระบบเพื่อใช้ล็อกอินเข้าเดสก์ท็อปอื่น (เช่น KDE, Xfce, LXDE, E17, WindowMaker ฯลฯ) โดยไม่แถมพ่วง GNOME เกือบทั้งตัวมาด้วยได้! แล้วนิยามของ display manager คืออะไรกันแน่?

ผมผิดหวังกับ GNOME อีกครั้งที่ออกแบบ GDM ให้ไปรุกล้ำนอกวาระการเข้าระบบ เพียงเพื่อจะเพิ่มประสิทธิภาพของ GNOME โดยไม่แยแสเดสก์ท็อปอื่น ถัดจาก systemd ที่ไปรุกล้ำระบบยูนิกซ์อื่นมาแล้ว พฤติกรรมแบบนี้ ผมว่าผมเคยเห็นมาก่อนนะครับ กับระบบปฏิบัติการบางยี่ห้อ...

ผมจึงยิ่งแน่ใจที่ผมย้ายหนี GNOME มา Xfce ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว ผมเป็นผู้ใช้ ก็ขอใช้สิทธิ์ของผู้ใช้ที่จะไม่เลือกสนับสนุนระบบที่ผมไม่เห็นด้วยครับ

สำหรับ display manager โชคดีที่โลกนี้มีตัวอื่นให้เลือก เช่น lightdm (ผมใช้ GTK+ Greeter) และ SLiM

แล้ว blog หน้า ผมจะมาเขียนถึงการใช้งาน Xfce ในฐานะ GNOME refugee ต่อไปครับ

Prach: My Contribution to Debian, 2013-8

19 November, 2013 - 01:09
Uploaded:
 - python-heatclient/0.2.3, python-pbr : sponsored by Thomas Goirand
 - php-oauth : sponsored by Ondřej Surý
 - php-mail-mime : sponsored by  Vincent Bernat
 - php-file :  sponsored by David Prévot
 - ruby-mongo,ruby-bson,ruby-bson-ext (1.9.2-1)

RC bugs:
 - #720151 : php-net-sieve: unhandled symlink to directory

Other package:
- at/3.1.14-1

LookHin: ต่อ Wi-Fi ให้ Raspberry Pi ด้วย USB Wi-Fi Adapters (TL-WN725N)

10 November, 2013 - 22:06

เมื่อวานว่างๆ ก็เลยไปเดินงานคอมมาร์ท ไม่ได้ตั้งใจไปซื้ออะไรเป็นพิเศษ แต่พอดีเดินไปเจอ USB Wi-Fi Adapters ของ TP-Link รุ่น TL-WN725N Ver:2.0 ราคา 290 บาท เห็นว่าราคาสมควรแก่การเสียเงินก็เลยซื้อติดมือกลับมาด้วย คิดว่าจะเอามาต่อกับ Raspberry Pi นี้แหละครับ ไม่อยากต่อเน็ตผ่านสายแลนแล้ว ก่อนซื้อผมก็ไม่ได้ดูก่อนด้วยว่ารุ่นนี้ใช้งานได้หรือเปล่า เห็นว่าตัวเล็กราคาถูกก็เลยซื้อซะงั้น กลับมาถึงบ้านก็ลองเอามาเสียบดู…ใช้ไม่ได้จริงๆ ด้วยครับ เข้าไปดูในเว็บไซต์ http://elinux.org/RPi_USB_Wi-Fi_Adapters เขาบอกว่ารุ่น TL-WN725N Ver:2.0 ใช้ชิพ Realtek RTL8188EUS ต้องทำการติดตั้งไดรเวอร์เอาเอง ค่อยอุ่นใจหน่อย นึกว่าซื้อมาเสียเงินเปล่าซะแล้ว โดยการติดตั้งไดรเวอร์ตัวนี้เราจะติดตั้งผ่าน Repository ของ pi3g.com (จริงๆ มีวิธีการติดตั้งแบบคอมไพล์ซอสโค้ดเองด้วยนะครับ แต่เราติดตั้งผ่าน apt-get แบบนี้ง่ายกว่า)

ก่อนทำอย่างอื่น มาดูคอนฟิกที่ตัวเราเตอร์กันก่อนครับ ในการทดลองนี้ผมใช้เราเตอร์ของ TrendNET รุ่น TEW-652BRP โดยกำหนดค่าต่างๆ ที่สำคัญดังนี้ และให้เราเตอร์เป็นตัว DHCP จ่าย IP ให้กับ Client ที่คอนเน็คเข้ามา (การคอนฟิกของยี้ห้ออื่นก็น่าจะคล้ายๆ กันนะครับ)

1
2
3
4
5
SSID = LookHin-WiFi
Authentication Type = WPA2
PSK / EAP = TKIP 
Cipher Type = Auto
Passphrase  = PASSWORD //รหัสผ่านตั้งเองเลยนะครับ ผมตั้ง 12345678 ฮาาา

ทำการเสียบ TP-Link TL-WN725N เข้าไปที่พอร์ต USB ของ Raspberry Pi และเสียบสายแลนให้พร้อม

ทำการเพิ่ม Repository ของ repository.pi3g.com เข้ามาในระบบ

1
sudo wget -O /etc/apt/sources.list.d/repository.pi3g.com.list http://repository.pi3g.com/sources.list

ติดตั้ง public key

1
wget -O - http://repository.pi3g.com/pubkey | sudo apt-key add -

อัพเดทแพคเกจต่างๆ กันก่อน

1
2
sudo apt-get update
sudo apt-get upgrade

จากนั้นทำการติดตั้งไดรเวอร์ของ TP-Link TL-WN725N

1
sudo apt-get install rtl8188eu

หลังจากติดตั้งไดรเวอร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการแก้ไขไฟล์ /etc/network/interfaces

1
sudo nano /etc/network/interfaces

โดยให้ทำการแก้ไข iface wlan0 inet manual เป็น iface wlan0 inet dhcp และทำการกำหนด wpa-ssid และ wpa-psk ของ Wi-Fi และทำการคอมเม้นบรรทัด wpa-roam ไว้ด้วยนะครับ (ในตัวอย่าง wpa-ssid ของผมก็คือชื่อ SSID ของเราเตอร์ของผม ในที่นี้คือ LookHin-WiFi และ wpa-psk คือ Password 12345678)

เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ สั่ง Restart และทำการถอดสายแลนออก เท่านี้เราก็สามารถต่ออินเตอร์เน็ตให้ Raspberry Pi ผ่าน Wi-Fi ได้แล้วครับ และหลังจาก Restart เรียบร้อยแล้ว ทดลองสั่ง ifconfig เพื่อดูค่า IP Address ของ Wi-Fi สักนิดหน่อย เท่านี้ก็เรียบร้อย

1
ifconfig

# เพิ่มเติมครับ

คำสั่งสำหรับ Scan หา Wi-Fi Hotspot

1
iwlist wlan0 scan

Thep: Thanks, and the September-October Diary

8 November, 2013 - 14:45

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนงานพัฒนาของผมในเดือนกันยายน-ตุลาคมที่ผ่านมาดังนี้ครับ:

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ต้องเขียน blog แบบรวบสองเดือน เนื่องจากภารกิจต่าง ๆ ค่อนข้างเร่งรัด จนอยากใช้เวลาสะสางงานให้เต็มที่มากกว่า

งานในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา แบ่งเป็นหมวด ๆ ดังนี้ครับ:

โครงการอักษรอีสาน งานพัฒนาที่ LTN และ Debian

เป็นการปล่อยสิ่งที่พัฒนาสะสมมาตั้งแต่ระลอกที่แล้วเมื่อต้นปี โดยทยอยตรวจสอบความเรียบร้อยและออกรุ่นซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ดังนี้:

  • libdatrie 0.2.7
    • แก้ไขประเด็นเรื่อง portability เกี่ยวกับ void pointer arithmatics ซึ่งจะมีปัญหากับคอมไพเลอร์ที่ไม่ใช่ GCC โดยได้รับรายงานจากคุณ Mikhail Korobov ว่าคุณ Gabi Daver ได้พบปัญหานี้ขณะคอมไพล์ด้วย Visual C++ พร้อมแพตช์แก้
    • ระหว่างแก้ ได้ทดลองคอมไพล์ด้วยตัวเลือก -Wall ทำให้เจอ warning เพิ่มเติม และแก้ไขจนหมด
    • เขียน test case เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องเวลาแก้โค้ดได้ในอนาคต ที่ผ่านมาจะทดสอบผ่าน libthai เป็นหลัก แต่เขียน test case เป็นเรื่องเป็นราวน่าจะสะดวกกว่า ซึ่งในระหว่างที่เขียน test case ก็ทำให้ได้อ่านเอกสารประกอบและแก้ไขที่ผิด พร้อมกับได้เพิ่ม API เพื่อความสะดวกในการใช้งานด้วย
    • ปรับ Doxyfile ที่ใช้สร้างเอกสาร เพื่อตัดสิ่งที่เลิกใช้แล้วใน doxygen 1.8.4
    • ออก libdatrie 0.2.7.1 ตามมา หลังจากพบว่าลืมปรับค่า library version เพื่อให้ SONAME สะท้อนการเพิ่ม API ที่เกิดขึ้น
    • อัปโหลด 0.2.7.1-1 เข้า Debian sid
  • thaixfonts 1.2.6
    • มีการปรับระบบ build ตาม autoconf รุ่นใหม่ และเปลี่ยนมาใช้ XZ tarball แทน GZ tarball ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำไว้นานแล้ว ก็ออกรุ่นมาเพื่อปรับตามซอฟต์แวร์อื่นเท่านั้น ส่วนตัวเนื้อหาฟอนต์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร
    • อัปโหลด 1:1.2.6-1 เข้า Debian sid
  • LibThai 0.1.20
    • ปรับข้อมูลพจนานุกรมตัดคำตามที่พบกรณีต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา [เกร็ด: รุ่นนี้รู้จักอำเภอขนอมที่ไม่ใช่ ขน-อม แล้ว ;-)]
    • แก้ compiler warning ที่พบใน test case ต่าง ๆ
    • อัปโหลด 0.1.20-1 เข้า Debian sid
  • TeX hyphenation patterns
    • sync ข้อมูลพจนานุกรมตัดคำจาก libthai เข้าไปที่ ThaiLaTeX SVN พร้อมกับปรับแก้ hyphenation patterns ตามข้อมูลใหม่
    • แจ้งไปที่โครงการ tex-hyphen ว่าขอปรับข้อมูล hyphenation patterns ภาษาไทย พร้อมกับรายงานปัญหาของสคริปต์บางตัวที่ใช้สร้างข้อมูลอัตโนมัติ คุณ Mojca Miklavec ก็ได้ช่วยแก้สคริปต์ให้ (rev 652, 653) และรับแพตช์ปรับข้อมูลภาษาไทยไปรวมให้ (rev 654)
    • สอบถามและขอ import source ของ hyphenation patterns ภาษาไทยเข้าใน tex-hyphen โดยตรง เพื่อที่ต่อไปจะได้ไปทำงานที่นั่นแทนที่จะต้องผ่าน ThaiLaTeX แบบนี้ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามแผน ที่เคยคุยกันไว้ จนกระทั่งได้ import source ใน rev 655
    • ไม่มีการอัปโหลดอะไรใน Debian แค่รอ Debian อัปเดตแพกเกจ texlive-base เท่านั้น
    • request ขอลบ thailatex ออกจาก Debian unstable เพื่อไม่ให้มีซอร์สตกค้างอยู่ (ลบแล้ว)
  • swath 0.5.1
    • แก้รหัสตัดคำของ Lambda จาก U+200C (ZWNJ) เป็น U+200B (ZWSP) ...ว่าแต่มีใครใช้ฟีเจอร์นี้ไหมเนี่ย?
    • sync ข้อมูลพจนานุกรมตัดคำจาก ThaiLaTeX/hyph-utf8 (ซึ่ง sync มาจาก LibThai อีกที) เพื่อให้ตัวตัดคำ LaTeX ทำงานสอดคล้องกับ hyphenation patterns
    • ก่อนออกก็ปรับซอร์สโค้ดของ swath เพื่อให้แต่ละรุ่นมีการปรับปรุงด้านความปลอดภัยไปทีละน้อย โดยในรุ่นนี้ได้ป้องกัน buffer overflow ใน file filter ต่าง ๆ (ยังมีให้แก้อีกเยอะในรุ่นถัด ๆ ไป :-P )
    • อัปโหลด 0.5.1-1 เข้า Debian sid
  • IBus-LibThai 0.1.2
    • แก้ปัญหาการกด shortcut (เช่น Ctrl-C) ใน IBus 1.5 อันเนื่องมาจากการเชื่อมรวมกับ XKB ของ IBus รุ่นนี้ ทำให้ผังแป้นพิมพ์ที่ระบุใน metadata ของ IBus-LibThai ว่าเป็น th ทำให้กด Ctrl-C ได้เป็น Ctrl-แ เสมอ แก้ไขโดยปรับผังแป้นพิมพ์เป็น us เท่านั้น
    • อย่างไรก็ดี การแก้ปัญหาในรายการที่แล้วทำให้เกิดปัญหาใหม่ คือทำให้กด accelerator ใน GUI ที่แปลเป็นไทย (เช่น Alt-ฟ เพื่อเรียกเมนู แฟ้ม) ไม่ได้ วิธีแก้ที่เหมาะสมจึงควรให้ IBus-LibThai พยายามแปลง key event ที่มีการกดปุ่มประกอบให้เป็นภาษาไทย แต่ปรากฏว่าไม่สามารถส่ง event ที่แปลงแล้วกลับไปหา event queue ได้ เนื่องจากฟังก์ชัน ibus_engine_forward_key_event() ไม่ทำงานอย่างที่คาด งมอยู่นานก็ไม่สามารถแก้ได้ เวลามีจำกัดจึงใช้วิธีกำหนดผังแป้นพิมพ์เป็น us,th เพื่อให้ GTK+ กับ XKB ไปคุยกันเอง ซึ่งก็ได้ผล แต่ปัญหาคือ มันจะแปลงอักขระตามผังเกษมณีเท่านั้น ใครใช้ผังปัตตะโชติใน IBus-LibThai ก็จะงง ไว้หาวิธีแก้ต่อไปในรุ่นหน้า
    • เพิ่มการรองรับการป้อนเลขไทยด้วยแป้นตัวเลข โดยอาศัยการกด CapsLock ล็อคไว้ หรือใช้การยกแคร่ระดับ 3 (Alt ขวา) อนึ่ง ตามที่เคยได้ ออกแบบไว้ เมื่อสองปีก่อนนั้น จะใช้ ScrollLock ไม่ใช่ CapsLock เนื่องจาก CapsLock จะไปเพิ่มขั้นตอนขณะสลับภาษาไปเป็นภาษาอังกฤษที่จะต้องปลด CapsLock อีกขั้นหนึ่งด้วย แต่ในครั้งนี้ได้ตัดสินใจเปลี่ยนเป็น CapsLock ด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรกคือการตรวจสอบสถานะของ ScrollLock ด้วย API ของ IBus เป็นไปได้ยาก เพราะไม่มีการเตรียมการรองรับไว้ ประการที่สองคือในแป้นพิมพ์ย่อส่วน เช่นแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊ก หลายรุ่นได้ตัดปุ่ม ScrollLock ออกไปแล้ว ตามที่ วิกิพีเดียว่าไว้ (โน้ตบุ๊กผมก็ไม่มี)
    • อัปโหลด 0.1.2-1 เข้า Debian sid
งานแปล
  • ตรวจทาน คำแปล GNOME ตามที่มีผู้ส่งคำแปลเข้ามา โดยที่ผมไม่ได้แอคทีฟตามแปลเองอีกต่อไปแล้ว
  • แปล Xfce เป็นไทย เพิ่มเติม โดยล่าสุด ได้แปล core package ต่าง ๆ ครบแล้ว พร้อมกับปรับคำแปลทั้งหมดจาก master กลับไปที่ branch xfce-4.10 ด้วย และแปลปลั๊กอินที่ผมใช้อีกนิดหน่อยเพิ่มเติม ทำให้ขณะนี้อัตราการแปลของภาษาไทยอยู่ที่ 54% แล้ว

blog นี้ก็เลยยาวหน่อย ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ

Prach: My Contribution to Debian, 2013-7

29 July, 2013 - 14:55

Uploaded:

- furiusisomount -- sponsor by Serafeim Zanikolas
pkg-ruby-extras:
 - ruby-bson, ruby-bson-ext and ruby-mongo (1.9.1)

pkg-php-pear:
- php-crypt-gpg -- sponsor by Thomas
- php-net-ipv4, php-text-wiki, php-net-checkip, php-xml-rpc, php-net-ldap2,
  php-auth-sasl -- sponsor by David Prévot
- php-pinba, php-mail-mimedecode -- sponsor by Vincent

RC bugs:
 - #713819 -- python-keystoneclient: CVE-2013-2166 CVE-2013-2167
 - #713281 -- php-xml-dtd: FTBFS

q0022: compile กับความหลัง slackware

28 July, 2013 - 22:39
นานแล้วที่ไม่ได้คอมไพล์โปรแกรม แต่เมื่อ postgrsql ที่มากับ ubuntu 13.04 มันเก่าเหลือเกินอยากลอง json data type ก็ทำไม่ได้ อย่ากระนั้นเลย ไปดาวน์โหลด source มาคอมไพล์เองเลยดีกว่า คิดถึงอดีตเมื่อครั้งยังเป็นเพื่อนสนิทกับ slackware สมันก่อนอยากได้อะไรก็คอมไพล์เองตลอด เดี๋ยวนี้ไม่เคยเลยเจ้าตัวนี้เป็นตัวแรกในรอบหลายปีทีเดียว คิดถึงวันวานแฮะ ว่าแล้าว่างคอมไพล์ kernel เล่นดีกว่า

Prach: My Contribution to Debian, 2013-6

20 June, 2013 - 16:16
DM uploads:
 - Allowed by Thijs Kinkhorst:
    php-http, php-net-ldap, php-net-socket,  php-net-url

- Allowed by Thomas Goirand:
   php-cache-lite, php-calendar, php-html-template-it,
   php-net-dime, php-net-sieve, php-services-weather,
   php-soap, php-mdb2-driver-mysql, php-mdb2-driver-pgsql

ITP (Accepted):
 - ruby-mongo/1.9.0-1, ruby-bson-ext/1.9.0-1, sponsor by Cédric Boutillier

Team upload :
 - ruby-bson/1.9.0-1, sponsor by Cédric Boutillier

RC bugs:
 #710718 python-heatclient: Fails to build from source: depends on python-argparse

Todo:
 - https://wiki.debian.org/ReleaseGoals/pkg-php-tools

Udomsak: เปรียบเทียบ Ducati M795 และ ER-6N หรือ รถญี่ปุ่น

19 June, 2013 - 00:06
เปรียบเทียบ Ducati M795  และ ER-6N หรือ รถญี่ปุ่น

blog นี้คงไม่เกี่ยวกับเรื่องคอมฯ เต็มๆ  แต่ก็เขียนไว้ เผื่อใครมา search เจอ แล้วตัวเองจะได้บันทึก เอาไว้ด้วย และ ประสบการณ์ส่วนตัวผมไม่เคยขี่ Superbike มาก่อน ถ้าขี่คงแค่แป๊บเดียว หรือ แม้แต่ ER-6N

ปัจจุบันผมได้ถอยเจ้า Ducati M795 ออกมา เป็นรถใช้งานครับ ขับไปกลับลาดกระบัง และ มธ.รังสิต


ทำไมถึงต้องใช้มอเตอร์ไซด์ รถยนต์ไม่ดีกว่าเหรอ ?

ตอบ:   มันเป็นความชอบแต่เด็กแล้วครับ และ ผมเองก็เป็นคนนึงที่ชอบความเร็ว คิดในใจอยากจะมีรถแบบนี้ไว้ขับไว้ขี่สักคัน และ ต้องการที่จะขับขี่ท่องเที่ยวไป และ ผมเองก็ตัวคนเดียว  และ ขับรถยนต์ไม่เป็น

โดยมีทั้งที่เป็นข้อแม้ และ ไม่เป็นข้อแม้ดังนี้

  • ทางบ้านไมอนุญาติครับ เพราะ ผมประสบอุบัติเหตุบ่อย ทางบ้านจึงเป็นห่วง ไม่อยากให้ขับมอเตอร์ไซด์ เกรงจะเป็นอันตราย แต่พอพ่อผมเห็นรถแล้วก็เบาใจลง รวมถึงเราก็เอาเสื้อแจ็คเก็ต เกราะให้ท่านดู ท่านก็เบาใจขึ้น 
  • ที่รักผม ไม่ได้ว่าครับ  เพราะเขาเองก็มีรถอยู่แล้ว 


ทำไมถึงเลือกเอา Ducati

ตอบ. ตอนที่ "เริ่มมีความคิด" ที่อยากจะถอย SuperBike มาขี่  Ducati เป็นตัวเลือกสุดท้ายครับ เหตุผลหลักเลยเพราะ เรื่อง ราคา  แต่สิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจ เลือก Ducati

  • เพราะมันคือ Ducati 
  • ขนาดของรถ ( ความจุกระบอกสูบ )  
  • ราคา  


ยอมรับครับ ว่าไม่ได้มีเงินจำนวนมาก คอยสนับสนุนในการใช้งาน หมายถึง ค่าบำรุงรักษา , ค่าของแต่ มากนัก แต่ เพราะเหตุผลอะไร มาดูกันต่อ

ตอนเลือกรถคิดไหมว่าเอาไปใช้ทำอะไร

ตอบ  ครับ สิ่งแรกที่ผมคิด และ ออกแบบโจทย์เอาไว้ คือ

  1. เป็นรถซื้อมาแล้วเป็นรถใช้งาน รถคันนี้ผมซื้อมา คือ ขับทุกวัน ไม่ใช่ นานๆ ขับ หรือ อาทิตย์นึงขับครั้งนึง

         ผมเองต้องการรถคันนี้มาใช้งาน หมายถึง ไปๆ มาๆ ในกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด เพราะค่า Taxi หรือ ค่าเดินทางที่ผมใช้ ต่อเดือน หลายพัน อยู่เหมือนกัน
  2. กลับบ้านเดือนละครั้ง ที่ จังหวัดลำพูน

         ผมตั้ง  KPI สำหรับตัวผมเอง ตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้วว่า จะกลับบ้านต่างจังหวัด เดือนละครั้ง
  3. ตองสามารถ จดทะเบียนได้ หมายถึง มีเล่มทะเบียน จริง ๆ

        สิ้นเดือน ตุลาคม 2555 รถสรรพสามิต จะไม่สามารถจดทะเบียนได้แล้ว จริงๆ พอดีไดเห็นเอกสารตัวจริง ที่เป็นคำสั่งลงมาแล้ว ผมจึงไมอยากเสี่ยงที่จะ ซื้อสรรพสามิตไปแล้ว รอจด
  4. กำลังรถต้องมีมากพอ เพื่อรองรับการใช้งานสำหรับการเดินทางไกลๆ และ เป็นระยะเวลาที่ติดต่อกันได้ นานๆ

        ผมเคยใช้รถขนาด 125cc. กลับที่จังหวัด ลำพูนมาแล้ว  ทำให้รู้เลยว่า ถ้าจะเดินทางไกล และ การขับติดต่อกัน นานๆ มันไม่ไหวจริงๆ กับ รถขนาดนั้น
  5. ต้องเป็นพาหนะที่พาผมไปได้เกือบทุกที่ ที่อยากไป

      ผมเองไปที่ไหนมักไม่เป็นที และ มักจะไม่ใช่จุดที่รถโดยสาร หรือ คนไปกันเป็นจำนวนมาก พาหะนะส่วนตัวจะเหมาะที่สุด  เพราะค่าใช้จ่ายแต่ละครั้ง บางที เหยียบ 2,000 บาท สำหรับบางระยะทาง ซึ่งถือว่าสูงมาก สำหรับการเดินทาง ข้ามอำเภอในบางจังหวัด
  6. ผมไม่ขับเร็วมาก

      ส่วนตัวผมเป้นคนชอบความเร็ว รอดตายมาได้ หลายครั้ง ก็ดีแล้ว  ขับพอแต่สบายๆ ไม่ต้องลุ้นมาก 





ไม่เคยขี่ SuperBike มาก่อนไม่กลัว หรือ จะใช้เวลาปรับตัวกับรถใหม่ได้หรือ ?

ตอบ. ก็ขี่ตามปกติครับ มีต้องปรับบ้าง กับ น้ำหนักรถ และ การคอนโทรลรถ เป็นเรื่องสำคัญ ประเด็นหลัก เรื่องความเร็ว เป็นเรื่องรอง เพราะส่วนตัวคิดว่า โดยพื้นฐานการขับขี่ไม่ดีแล้ว จะความเร็วเท่าไหร่ก็เหมือนกัน

แต่ ถ้ารู้จักรถคอนโทรลได้ดี  จะมีประโยชน์ ตอนขับรถด้วยความเร็วที่สูง และ จุดคับขัน หรือ เหตุการณ์คับขันทีเกิดขึ้น ทักษะที่พัฒนาจนกลายเป็นสัญชาติญาณ หรือ ความเคยชิน จะช่วยได้มากครับ ซึ่งผมเองก็ยังทำได้ไม่ดีพอ

ผมอยากจะปรับเปลี่ยน การขี่รถโดยอาศัยความกล้า เป็นหลัก เป็นใช้ทักษะพื้นฐานที่ถูกต้องให้มากกว่าแทน ซึ่งอยากที่ได้บอกไป พยายามหัดอยู่ครับ

ที่หวาดกลว ณ วันนี้ ณ จุดที่ยังไม่ได้ติดตั้ง frame slider ( กันล้ม )  คือ แฉลบ ค่าสีีทำที 20,000 - 30,000 บาท กลัวเสียเงินมากกว่าครับ ^_^



ER-6N ไม่ดีหรือ ถูกกว่าด้วย มี ข้อเปรียบเทียบอะไรไหม หรือ เพราะมันเป็นรถญี่ปุ่น คุณเลยไม่ชอบ ?

ตอบ.   ER-6N เป็นรุ่นแรกที่ผมเล็งครับ ด้วยราคาและประสิทธิภาพ แต่ ด้วยโจทย์ใช้งานที่ผมมี 600cc. กับการทำแบบนั้น บ่อยๆ  "อาจ" ทำให้เครื่องกลับบ้านเก่าก่อนเวลาอันควรได้  ผมเลยเลือก รถที่มีความจุกระบอกสูบ สูงกว่าแทน ด้วยความคิดที่ว่า ถ้าออกกำลังน้อยกว่า น่าจะช่วยทำให้ลดการโทรม ลงไปได้มากกว่า

ค่าบำรุงรักษาแพงมากไหม

ตอบ แพงครับ รัน In check ทีแรกจะหมดประมาณ 3 -  4  พันบาท  จริงๆ มี อูซ่อมรถ Big-Bike เจ้าของ Service มาหลายคันแล้ว อยู่แถวแยกศรีนครินทร์  ก่อนถึงตึก Modern-Form

ค่าบำรุงรักษาเตรียมคิดไว้ล่วงหน้าเลยครับ กิโลเมตรละบาท เพราะที่ 24,000Km.  ต้องจ่ายประมาณหมื่นกว่าบาท เกือบสองหมื่น  ทางศูนย์ฯ แจ้งรายการเปลี่ยน คือ
  • สายพาน  Timing belt อันนี้ต้องจำเป็นต้องเปลี่ยนเพราะอายุมันคือ 30,000Km. 
  • ลุกรอกสายพาน  
อย่างไรก้ตามสอบถาม อู่ข้างนอกก็ตอบว่าส่วนมากจะเปลี่ยนที่ 100,000Km. ผมเองเลยตกลงขอเปลี่ยนแค่สายพานกับศูนย์ ฯ  โดยไม่ขอเปลี่ยนลูกรอก  โดยตกลงกันทีว่า หากเกิดอะไรขึ้นไม่รับประกัน

การขี่ไม่รีดคลัทช์บ่อย ตอนนี้ที่ผมา Update ก็วิ่งมาได้  34,000Km. ยังไม่ได้เปลี่ยนเลยครับ  
ผ้าเบรค "ข้างละ" 3,900 บาท / ราคาเมื่อ  เม.ษ. 2556  ถามว่าแพงไหม ตอบว่า ควรเปลียนใชครับ ผมใช้ผ้าเบรค ร้านข้างนอกวิ่งไปซื้อมาให้ 1,200บาท ต่อข้าง ผลที่ได้  เบรคไม่อยู่ครับ  แต่..  ต้องเบรคหนักจริงๆ แล้วกดแช่  นะครับ ผ้าเบรคติดรถมาหนึบกว่าครับ คนละเรื่อง เรียกได้ว่า ผมไม่กล้าขับเร็ว หรือ กระชากเหมือนเดิม เลย  ถ้าขับแบบไปเรื่อยๆ ไม่เห็นผลครับ  ต่อเมื่อเข้าโหมด Aggressive นั่นแหละครับ เห็นผล แต่อย่าเสี่ยงเลยดีกว่าครับ โอกาสเดี้ยงมีสูง 


ซื้อรถมาควรจะเปลี่ยนอะไรบ้าง
ตอบ  เท่าที่ใช้รถมา  และ ลองเปลี่ยนรถขับดู  จริงๆ ถ้าเปลียนได้ ( มีตังค์ ) ควรเปลี่ยน โช๊ค ( Suspension ) ทั้งหน้าและหลัง และ ยาง  ถ้ามี กันสะบัดได้ ยิ่งดีครับ 
บางท่านอาจบอกไม่จำเป็น  ใช่ครับไม่จำเป็น แต่สิ่งทีเราเปลี่ยน ไปสิ่งที่ได้กลับคืนมา คือ ความนิ่งของรถ  ถ้ารถนิ่งหรือออกอาการน้อยที่สุด หมายความว่า เราก็จะควบคุม รถได้ดี และ มั่นใจมากขึ้น  การอยู่เหนือการควบคุมรถ ก็เป็นไปได้ง่ายมากขึ้น   แรกๆ ผมก็คิดแบบนั้นแหละครับ จนเมื่อลองจับรถ ที่มีการเปลี่ยนพวกนี้  ผล คนละเรื่องครับ 
  • ยางติดรถ เป็น ยางทัวริ่ง เปลี่ยนเป็นแบบ Compound  ก็หน้า/หลัง ตกประมาณ 10,000 - 15,000 บาท เริ่มตั้งแต่  เม็ดเชลเล่อร์  ไปจนถึง พิเรลลี่  Rosso Corsa  
  • กันสะบัด ราคาน่าจะประมาณ 18,000 up 
  • โช๊คหน้าไม่ทราบราคา แต่หน้าจะเหนียบแสน ( เปล่ยนเป็นแบบอย่างดี )
  • โช๊คหลังโอลินส์ ราคา ประมาณ 21,000 up ( มือสองไปหามือหนึ่ง )

       
กระจกรถ อาจใส่กระจกแต่ง เพราะมันยาวได้ใจ และ ถ้าเกิน 180 ไป ก็มองไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่อย่างว่า เร็วกว่านั้น ก็มีแต่ในกลุ่มเราล่ะครับ ที่เป็น sport จะ แซงไปได้



ความเร็วสูงสุด เท่าไหร่

ตอบ  ยังไม่ได้ลองครับ เพราะ เพิ่งไปปรับคอรถมา ( ตุลาคม 2555 ) เรื่องนึงที่ผมคิด บางคนเขาบอกว่า เดิมๆ  210km/Hr.  ถ้าใส่ท่อวิ่งได้ 240Km/hr.

ทางตรงผมไม่แน่ใจใช้เวลากี่วินาทีในการวิ่งให้ได้ Max speed ซุ่งเท่าที่ทำได้คือ 230Km/h.  โดยก่อนที่ผมจะยกเห็นไมล์อยู่ 210Km./h  แต่รถไปได้อีก ก็กะประมาณ 230Km./h  หรือ อาจจะได้ 240Km./h.

รถเองจะเอาไปเทียบกับ Sport ไม่ได้หรอกครับ เพราะคนละแบบกันทั้งแรงออกตัว และ ตีนปลาย รวมถึงการแหวกลมด้วย  เรียกว่า ถ้าชอบแรง ออก Sport ไปเลยครับ ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนทีหลัง

ตัวรถเอง แรงรถจะมา เกียร์ 6 ตั้งแต่ 160 - 200km. ขึ้นได้ไวครับ (  6,000 - 8,000 rpm ) ตัวรถเองมี 12,000 rpm. วิ่งด้วยรอบเครื่อง 50% ถือว่ากำลังดีไม่ทรมานเครื่องเกินไปนัก
  • ผมอยากใช้รถไป นานๆ 
  • ลักษณะการขับขี่ผม ไม่ได้ขับที่ความเร็ว 180/km. up บ่อย ผมเองขับในเมือง Max สุดจะอยู่ที่ 140 เพราะกังวลกับอุบัติเหตุเหมือนกัน  รวมถึสภาพถนน ออกต่างจังหวัดก็จะประมาณ 160 - 190  รอบเฉลี่ย แล้ว 6,000 rpm สำหรับความเร็วจะได้ 170Km./h.  เรียกว่าไปแบบสบายๆ   
  • ไม่ได้ไปขับแข่งกับใคร  ทั้งบน ถนนและ ในสนามแข่ง
  • ถ้าขับกันเป็นกลุ่ม ผมขออยู่ กลุ่มสอง คงไม่ไปตาม กลุ่มหน้าซึ่งขับด้วยความเร็วที่สงกว่า และ ประสบการณ์ของคนขับที่มากกว่าด้วย ( รวมถึง ประสิทธิภาพของรถที่มากกว่า )  




ที่เขาบอกขับรถพวกนี้แล้วอยากจะ upgrade ไปเป็นตัวที่มันแรงกว่าเดิม จริงหรือเปล่า

ตอบ จากความรู้สึกส่วนตัว จริงครับ ที่เขาบอกตามตัว 1000 sport หรือ รถพวก sport ลำบากก็จริงครับ ไม่เคยลงกลุ่มตามตัว 1,000 นะครับ แต่จากที่ขับ M795 มา ผมว่าเหนื่อยเหมือนกัน แม้จะต่างกันประมาณ 200 - 300cc ก็ตาม แต่อัตราเร่งที่ไล่ตามเขา นันก็เรื่องนึงที่คิดครับ

ขับไปเรื่อยๆ เราจะรู้เองน่ะครับ ว่าเราชอบแบบไหน :) sport หรือ Naked  เร็วแรงสะใจ หรือ แบบไปเรื่อยๆ กลางๆ หรือ แบบไม่รีบร้อน

บางที ขี่ๆ ไป ก็นึกรำคาญบ้างเหมือนกัน กับ อัตราเร่งที่มันไม่ได้ มากนัก ประมาณอยากให้มันเร็วกว่านี้อีก





ที่เขาบอกรถต้องใส่กระบังลม เพื่อปองกันลมโต้  แล้ว มันเหนือยจริงหรือเปล่า

ตอบ.  จริงครับ ลองขับสัก 150-160km ติดๆ กันซัก 100กิโล หรือ สัก 50กฺิโล โดยไม่พักก็ได้ครับ มันเหนือยจริงๆ แบบไม่หมอบนะ ไหนจะต้องเกร็งตัวให้โต้ลม ไหนจะต้องบังคับรถอีก เราคนผอมตัวเบาอีก โอ้ว นี่ยังมองหา กระบังลมเลยครับ ไม่ต้องใหญ่มากก็ได้ M795 มันพอโน้มตัวลงมาด้านหน้า ได้แบบไม่เมื่อยหลัง กระบังลมอันเล็กๆ น่ะพอช่วยได้








ถ้าชอบแบบ Naked แล้วอยากจะได้ อารมณ์แบบ Sport  เอาไงดี

ตอบ. ขอตอบใน Zone Ducati นะครับ เอา Ducati Street fighter เลยครับ 800,000 กว่าๆ ตอนนี้ ธันวาคม 2555 รํฐบาลประกาศขึ้นราคาภาษี น่าจะ 900,000 กว่าๆ เอง รับรองถูกใจ ผมเองยังอยากได้เลย เห็นเขาว่ามันเอาเครื่อง Ducati 848 evo มาวาง พอไม่ได้ดูรายละเอียดมาก  และ แอบได้ยินพี่ที่ศูนย์ทองหล่อว่า  ไปทดสอบที่ฟิลิปปินส์  ได้ตั้ง   300 กว่าๆ สำหรับทางตรง ก็คิดดูแล้วครับ  อยากรู้ไปสอบถามเอาเองนะครับ





Ducati M795 มันมีกี่ cc. 4 สูบหรือเปล่า

ตอบ  เอาไปเลยครับ spec

ข้อมูลเพิ่มเติม *Monster Websiteเครื่องยนต์L-Twin 2 สูบ , 2 วาล์ว/สูบ ระบบขับวาล์วแบบ Desmodromic ระบายความร้อนด้วยอากาศความจุกระบอกสูบรวม803 cc.กระบอกสูบ x ช่วงชัก88 x 66 mm.อัตราส่วนกำลัีงอัด11 ต่อ 1แรงม้า (วัตต์/ HP)64 กิโลวัตต์ / 87 แรงม้า ที่ 8,250 rpm.แรงบิด8 กก.ม. ที่ 6,250 rpm.ระบบจ่ายเชื้อเพลิงหัวฉีดอิเลคทรอนิกส์ ทางเดินไอดี-ขนาด 45 mm ของ Siemensท่อไอเสีย2 ชุดทำจากอลูมิเนี่ยมมาตราฐานไอเสียEURO 3เกียร์6 ระดับอัตราทดเกียร์1=32/13
2=30/18
3=28/21
4=26/23
5=22/22
6=24/26อัตราทดขั้นต้น1.85 ต่อ 1อัตราทดขั้นสุดท้ายสเตอร์หน้า 15/ หลัง 38ครัชต์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อน APTC ควบคุมด้วย hydraulicเฟรมหลักHybrid-Trellis frameระยะฐานล้อ1,450 mmมุมแรค24°มุม หักเลี้ยวด้านละ32°ระบบกันสะเทือนหน้าMarzocchi เทเลสโกปิค ขนาด 43mm แบบ USD ระยะยุบตัว 120 mmระบบกันสะเทือนหลังโมโนช๊อค ปรับความแข็งสปริง Preload และ Rebound ได้ ระยะยุบตัว 148 mmล้อหน้า / ยางหน้าวงล้ออัลลอยด์ 3 ก้าน ขนาด 17 x 3.50 inc. / 120/60 ZR 17 Pirelli Angel STล้อหลัง / ยางหลังวงล้ออัลลอยด์ 3 ก้าน ขนาด 17 x 4.50 inc. / 160/60 ZR 17 Pirelli Angel STระบบเบรกหน้าทวินดิสก์ขนาด 320 mm แม่ปั๊ม 4 ลูกสูบ ( เรเดียล-เมาท์ )ระบบเบรกหลังซิงเกิ้ลดิสก์ขนาด 245 mm แม่ปั๊ม 2 ลูกสูบยาว x สูง2,100 mm x 1,129 mmเบาะนั่งสูง770 mmความจุถังน้ำมัน15 Lite ( สำรอง 3.5 Lite )น้ำหนักเปล่า161 kg. ( ไม่รวมแบ็ตเตอร์รี่และของเหลวภายในเครื่องยนต์)

จำนวนรอบสูงสุด 12,000 RPM  ถ้า 6,000RPM  รถจะไปอยู่ที่ 150 - 155 Km/h


เขาบอกว่า  Ducati M795 มันร้อน นี่ร้อนจริง หรือเปล่า

ตอบ ร้อน จริงๆ ครับ ขับในเมือง  ถ้ารถติดนี่ หาผ้ามารองไว้ ก็ดีนะ ช่วงหน้าขา ถ้าต่าง จังหวัด ระยะทางไกลๆ ลมโกรกๆ สบายๆ ครับ เหมือนเอาเตารีด มาอังไว้หน้าขา

ส่วนที่อันตราย และ อาจเป็นกังวลก็คือ น้ำมันที่อยู่ในถังร้อนจนบางที ดันเอาฝาปิดออกมาเลยก็มี ส่วนตัวแล้วก็เคยเจอครับ น้ำมันประมาณ ก้นถัง ความร้อนอยู่ ขีด 4  ( ระดับ 4 ) รถติดประมาณ 4 ชม. เปิดถังออกมา ไอน้ำมัน ฉีดออกมาเป็นเส้น เลยทีเดียว



แก้ความร้อนได้ไหม ?

ตอบ รถออกแบบมาแบบนั้น ถ้าไม่ชอบคงต้องเปลี่ยน รถ หรือ เปลี่ยนรุ่นล่ะครับ รวมถึงมีการปรับเปลี่ยน โดยการตัดเอา ตัวดักไอน้ำมันออก


เอา ER-6N หรือ Ducati ดีไหม

ตอบ  ถ้าชอบ Ducati เลือก Ducati เลยครับ แต่ถ้าไม่ ต้องการรถ BigBike ออกต่างจังหวัด อัตราเร่งกำลังดี ก็ ER-6N หรือ NinJa เลยครับ

เคยมี NinJa 650 บิดตามรถผม เรียกว่า เร่งตามได้สบายน่ะครับ  ที่ความเร็ว 130 -150 km/h ได้สบายๆ  ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเป็นความเร็ว ที่ใช้กันโดยปกติ อยู่แล้ว เว้นซะแต่ จะ วิ่งไป 160 - 180 อันนั้น อาจมีการรอ กันนิดนึง แต่ถนนบ้านเรา และ เพื่อความปลอดภัย ย่านความเร็วดังกว่า กำลังดี ครับ








Spec ER-6N เป็นยังไง แล้ว มีรุ่นเทียบเคียงหรือไม่

ตอบ.  ความจุกระบอกสูบมันคือ 650cc.


General informationโมเดล:Kawasaki ER-6nปี:2012ประภทรถ:Naked bikeคะแนน:70.4 out of 100. Show full rating and compare with other bikesEngine and transmissionความจุกระบอกสูบ:649.00 ccm (39.60 cubic inches)ประเภทเครื่องยนต์:Twin, four-strokeแรงม้า:71.07 HP(51.9 kW)) @ 8500 RPMแรงบิดสูงสุด Torque:64.00 Nm (6.5 kgf-m or 47.2 ft.lbs) @ 7000 RPMกำลังอัด:11.3:1Bore x stroke ช่วงชัก:83.0 x 60.0 mm (3.3 x 2.4 inches)วาว์ต่อสูบr:4ระบบจ่ายเชือเพลิง:Injection. Digital fuel injection with two 38mm Keihin throttle bodiesการจ่ายน้ำมัน:DOHCระบบหัวฉีด:Digital CDIระบบหล่อเย็น:Liquidเกียร์:6-speedระบบขับเคลื่อน:Chainลักษณะคลัทช์:Wet multi-disc, manualDriveline:O-Ring ChainChassis, suspension, brakes and wheelsลักษณะเฟรมรถ:Perimeter, high-tensile steelRake (fork angle):25.0°Trail:110 mm (4.3 inches)Frontsuspension:41mm hydraulic telescopic forkFrontsuspensiontravel:125 mm (4.9 inches)Rearsuspension:Single offset laydown shock with adjustable spring preloadRearsuspensiontravel:130 mm (5.1 inches)Front tyre dimensions:120/70-17Rear tyre dimensions:160/60-17Front brakes:Double disc. Dual pistonFront brakes diameter:300 mm (11.8 inches)Rear brakes:Single disc. Single pistonRear brakes diameter:220 mm (8.7 inches)Physical measures and capacitiesWeight incl. oil, gas, etc:204.0 kg (449.7 pounds)Seat height:785 mm (30.9 inches) If adjustable, lowest setting.Overall height:1,100 mm (43.3 inches)Overall length:2,101 mm (82.7 inches)Wheelbase:1,405 mm (55.3 inches)Fuel capacity:15.52 litres (4.10 gallons)Other specificationsStarter:ElectricFactory warranty:12 monthsColor options:Black/grey, white, yellowFurther informationParts and accessoriesOur partner CMSNL ships low cost OEMmotorcycle parts to Australia, Austria, Bahamas, Belgium, Canada, China, Croatia, Cyprus, Czech Republic, Denmark, Estonia, Finland, France, Germany, Greece, Hong Kong, Hungary, Iceland, India, Ireland, Italy, Japan, Kuwait, Latvia, Lithuania, Luxembourg, Macedonia, Malta, Montenegro, The Netherlands, New Zealand, Norway, Poland, Portugal, Serbia, Slovakia, Slovenia, South Africa, Spain, Sweden, Switzerland, Taiwan, Ukraine, United Kingdom, The United States and more. Or check outparts and accessoriesfrom our other partners.Ask questionsJoin the 12 Kawasaki ER-6n discussiongroup.Insurance, loans, testsCheck outinsurancehere. Search the web for dealers, loan costs, tests, customizing, etc.Related bikesList related bikes for comparison of specs
















My site Article and Topic

Udomsak: แผนที่ ร้านกาแฟ W-fi และ ปลัีกไฟ

9 June, 2013 - 09:38
แผนทีรวม ร้านกาแฟ ที่มีปลัีกไฟ และ Wifi ให้บริการ เครดิต Link จาก Blognone  

http://goo.gl/7Ssbf

Mark-pin google map


https://maps.google.co.th/maps/ms?ie=UTF8&oe=UTF8&msa=0&msid=102314996230561008965.00047b2596687a58b2f9c


Thailand wifi-area fan-page facebook

https://www.facebook.com/wifiarea



My site Article and Topic

Ott: แสนสิริ Home Care Less or More?

24 May, 2013 - 14:00
โครงการของแสนสิริฯ นั้นยอมรับว่ามีความโดดเด่นมาก โดนใจลูกค้าสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ สไตล์โครงการ แบบบ้าน การขาย การตลาด digital กิจกรรมต่างๆ ของลูกบ้าน ฯลฯ เอาเป็นว่าจัดอยู่ระดับหัวแถวของเมืองไทยเลยล่ะ เปิดขายแต่โครงการ หมดเอาๆ ทั้งๆ ที่ราคาก็ไม่ได้ถูก ก็ต้องยอมรับ

บ้านที่ผมอยู่ปัจจุบันนี้ สำหรับผมก็จัดเป็นโครงการหนึ่งของแสนสิริฯ ที่น่าจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จมากๆ ต้องขอขอบคุณทางแสนสิริฯ ซึ่งกล่าวได้ว่า ถ้ามี่ที่ดินให้ไปสร้างบ้านเอง ให้ได้บรรยากาศ สวยงามขนาดนี้ ชีวิตนี้ก็ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า สโมสรหมู่บ้านผมสวยมากๆ เลยนะครับ

แต่สิ่งที่แสนสิริฯ​น่าจะปรับปรุงคือบริการ Home Care

หลังจากที่เราตกลงใจซื้อบ้านแล้ว ตรวจรับ และ โอนกรรมสิทธิ์แล้ว ปัญหาต่างๆ ภายในบ้าน จะถูกดูแลโดยบริการที่เรียกว่า Home Care ซึ่งจะรับประกันภายหลังการขายเป็นเวลา 1 ปี

ทว่าคุณภาพของบริการของ Home Care นั้น ต่ำกว่าบริการอื่นๆ ของแสนสิริฯ อย่างเห็นได้ชัด
ผมเข้าอยู่บ้านนี้มาเกือบสองปีแล้ว ปัญหาต่างๆ ของ Home Care ก็ยังแก้ไม่เสร็จ จนไม่แน่ใจว่ามันเป็นที่ฝีมือ หรือ ทางเทคนิคของงานก่อสร้างจริงๆ

เจ้าหน้าที่ก็เปลี่ยนบ่อย คนแรกมาจดรายการไว้หมด แก้ไปได้อย่างสองอย่าง ย้ายที่ คนใหม่มา มีปัญหาตรงไหนบ้างนะคะ ขอจดใหม่ เอ้า จดใหม่ แก้ไปสองสามงาน ย้ายที่ คนใหม่มา มีตรงไหนบ้างนะครับ อืมม

หลังๆ โทรตามเยอะๆ ก็ไม่รับสาย ไม่โทรกลับ นานๆ ทีโทรกลับ นานมากๆ ก็บอก โอมันนานแล้ว เลยเวลารับประกันแล้วหรือเปล่าครับ

หลังๆ มีเทคนิค คือ โทรไปโวยกับ call center เลย ให้เขาช่วยตาม เหมือนจะได้ผลนะ

นัดหมายมาซ่อม คุยกันไว้สองงาน มาถึง ทำแค่งานเดียว อีกงาน งง อ้ะ เวลาเหลือ ทำก็ทำ แต่ไม่มีวัสดุ ต้องออกไปซื้อก่อน รถติด กลับมาไม่ทัน ไว้ทำอีกวัน คือกระผมต้องหยุดงานมาเฝ้าพวกคุณนะครับ เขาคงคิดว่าเราไม่มีไรทำ อยู่บ้านตลอด

หลังบ้านแตกร้าวเป็นรอยจำนวนมาก แก้เป็นรอบที่ 8 ได้แล้วมั้ง ก็ยังไม่หาย ไม่รู้เป็นที่อะไร วัสดุ หรือ ฝีมือ แต่ก็ยังดีที่ยังสัญญาว่าจะแก้ให้ต่อไป

กระเบื้องในห้องน้ำห้องนอนแตก เขาก็แก้ให้แต่ทำไงรู้ไหมครับ เลาะกระเบื้องออกไปเหลือผนังปูนโป๊ๆ แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวไปสั่งกระเบื้องก่อน  รอไปเดือนนึง ค่อยเอามาปิดให้ เฮ้ยทำไมไม่สั่งให้เรียบร้อยแล้วค่อยมาเลาะมาปิดวันเดียวกันล่ะ งง ไหม

ส้วมมีกลิ่น มีอยู่ห้องเดียวที่มีกลิ่น แก้แล้วก็ไม่หาย เนี่ยเดี๋ยวเขียนนี่เสร็จต้องโทรตามอีก แก้เป็นรอบที่สามแล้วมั้ง

หลังคารั่ว แก้แล้วยังรั่ว แต่กว่าจะทราบว่ารั่วก็เลยมาอีกหน้าฝนนึง เขาว่ามันนานไปแล้ว เลยประกัน อ่าว แต่เถียงกันยืดยาว ก็ตกลงว่าจะส่งบริษัทหลังคาฯ​มาดูให้

บางอย่างก็ไม่แก้ให้ อาจจะเป็นข้อจำกัดจริงๆ

เสาหน้าบ้านแตกร้าว Home Care บอกมันเป็นเสาหลอก แตกแน่ๆ แก้ไปก็แตก แต่ก็ยังดีอุตส่าห์แก้ให้ 1 ครั้ง แล้วไม่ถึงเดือนผ่านไปก็แตกใหม่จริงๆ ก็ปล่อยมันแตกไป อืม

พื้นโรงรถเริ่มแตก Home Care บอกไม่แก้ ไม่รวมในขอบเขต

คือ ถามว่า Home Care แย่มากมั้ย มันก็ไม่ได้เลวร้ายมากอะนะ ก็แก้ให้หลายอย่างมากแล้ว และจุดที่เป็นปัญหาก็ไม่ถึงกับทิ้งงาน อย่างน้อยก็ยังดีที่รับฟัง และแก้ไขให้ มาตลอด แต่มีความรู้สึกเหมือนมันไม่มืออาชีพยังไงชอบกล คือ เทียบกับ ส่วนอื่นๆ ของแสนสิริฯ​ ดูการตลาด การขาย การออกแบบ ฯลฯ นี่ผมว่าแผนกนี้ค่อนข้างด้อยๆ นะ

ทำไมแสนสิริไม่ใช้ผู้รับเหมาแบบมืออาชีพ (ดู http://callmeott.blogspot.com/2013/05/blog-post.html) ซึ่งผมว่าน่าจะดีกว่านี้นะ นัดหมายเป๊ะๆ มาเป็นทีม วัสดุ อุปกรณ์พร้อม แลดูมืออาชีพมากๆ

มันจะแพงขึ้นอีกสักกี่ตังค์ สำหรับบริษัท มหาชน ระดับนี้ กำไรระดับนี้ ผมว่าเจียดเงินมาทำด้านนี้ให้ดีๆ แก้งานให้มันประทับใจ รวดเร็ว มันอาจจะเป็นจุดขายที่เด่นๆ ได้เลยนะครับ

Ott: ผู้รับเหมา สองแบบ

24 May, 2013 - 13:28
ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา มีประสบการณ์ซ่อม/ซื้อ/ตรวจรับ/<wbr style="background-color: white; color: #37404e; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; font-size: 13px; line-height: 18px;"></wbr>เก็บงานซ่อมแซมบ้านมาพอสมควร เจอผู้รับเหมาอยู่ 2 แบบ 

คือ แบบถูกแต่ปวดหัว เป็นเจ้าของกิจการส่วนตัว คิดราคาไม่แพง ฝีมือก็มีดีบ้าง ไม่ดีบ้าง มาสายบ้าง เบี้ยวบ้าง ช่างก็มาแบบบ้านๆ บางคนเก่ง บางคนมึนๆ แล้วแต่ดวงจะได้ช่างคนไหน โดยมากแต่ละคนจะเก่งเป็นบางงาน เราต้องรู้ว่า เขาถนัดงานปูน งานไม้ งานไฟ ต้องอย่าฝืนให้ทำสิ่งที่เขาไม่ถ<wbr style="background-color: white; color: #37404e; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; font-size: 13px; line-height: 18px;"></wbr>นัด แต่ปัญหาคือ นัดยาก นัดไม่ค่อยเป็นนัด ติดโน่น ติดนี่ บางทีทำแล้วก็ลืมของโน่นนี่ ต้องออกไปซื้อ กลับมาอีกทีเย็น เลิกงาน ทำได้วันละนิด ถ้าฝีมือดียิ่งนัดยาก ถ้าให้มาแค่เก็บงานเล็กๆ น้อยๆ ยิ่งนัดยากสุดๆ

กับ อีกแบบคือแบบแพงแต่กระเป๋าตังค์<wbr></wbr>จะรั่ว คือ เป็นบริษัท การบริการแทบจะเป็นอุดมคติ มีหัวหน้ามาดู มาตามเวลานัดเป๊ะๆ เก็บรายละเอียดหมด ส่งใบเสนอราคา เขียนชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้าง ใช้วัสดุอะไร งานเล็กก็ยอมมาทำ, ก่อนงาน 1 วันโทรคอนเฟิร์ม มาถึงหน้างานตรงเวลา ข้าวของครบ ช่างทุกคนแต่งตัวยูนิฟอร์ม รู้นาทีของตน ทำเร็วโคตร ชำระเงินรูดบัตรเครดิตก็ได้ ออกบิลก็ยังได้ รับประกันผลงาน 1 ปี มีเสียในสิ่งที่ทำไป ซ่อมให้ฟรี

แต่แพงโคตรๆ เลยล่ะ น่าจะ 2-3 เท่าของแบบแรกได้ เรียกใช้เฉพาะอะไรที่มันฉุกเฉิน<wbr></wbr> น้ำรั่ว อะไรพวกนี้ที่รอไม่ได้ และเรียกแบบแรกก็ไม่ยอมมา

มันจะมีแบบตรงกลางมั้ยนะ ที่เอาบริการดีๆ แต่ราคาเบาๆ หน่อย เข้าใจว่าการบริการที่ดีมันก็ต้<wbr></wbr>องมีค่าใช้จ่ายในการจัดการ แต่คุณก็ใช้ซอฟต์แวร์ใช้การบริห<wbr></wbr>ารจัดการอะไรทำให้มันมีประสิทธิ<wbr></wbr>ภาพ ต้นทุนจะได้ไม่สูงมาก ได้ไหม

Neutron: rahunas-next - based on ipset >= 6.19

20 May, 2013 - 18:30

ห่างหายจากการพัฒนา โครงการ RahuNAS ไปนาน ถึงจะมี update เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ไม่มากมายอะไร รุ่นล่าสุดที่เปิดออกไปแบบ เงียบ ๆ คือ 0.2.5 ออกไปแบบพอขัดตาทัพ

สถานะการรองรับ Debian ล่าสุดของ RahuNAS คือ Squeeze (Debian 6.0) ซึ่ง ณ ปัจจุบันเป็น old-stable เนื่องจากถูก Wheezy หรือ Debian 7.0 เข้ามาแทนที่ในตำแหน่ง stable release

ระยะเวลาระหว่าง Squeeze จนมาถึง Wheezy ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยการที่ผม เป็นผู้ดูแล ipset package ในฐานะ Debian Maintainer อยู่สถานะนี้มาปีกว่าละ อยากขึ้นไปเป็น DD กับเขาเหมือนกัน แต่ด้วยประสบการณ์ยังอ่อนด้อย ก็ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มเติมต่อไป ซึ่งการเป็น package maintainer ทำให้ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของ ipset อยู่ตลอด ทั้งการลงทะเบียน mailing-list ของนักพัฒนา netfilter (netfilter-devel) ก็ยิ่งทำให้ได้รับข่าวสารเร็วตามไปด้วย

ณ ปัจจุบัน ipset ซึ่งพัฒนาโดยนักพัฒนาหลัก คือ คุณ Jozsef Kadlecsik และทีม Netfilter ได้ออกรุ่น 6.19 ที่ได้เพิ่มความสามารถเข้าไปให้กับ ipset ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการที่ RahuNAS วางแผนไว้

* เพิ่มช่องทางให้สามารถสร้าง third-party module เข้ามา โดยที่ไม่ต้องแก้ ipset code หรือ compile ipset ใหม่ ซึ่งส่วนนี้ ผมเป็นคนผลักดันเข้าไป (http://git.netfilter.org/ipset/commit/?id=2da431d3685c65d4355d387e213a3c...) ซึ่งคราวนั้นใช้เวลาร่วม 2 เดือน สำหรับการรอการ review และตอบรับ แต่ต้องถือว่าคุ้มค่า เพราะมาถึงวันนี้ ผมจะได้ใช้ช่องทางนี้ที่ผมเตรียมไว้
* เพิ่ม timeout โดยทาง upstream ได้เพิ่มความสามารถนี้เข้ามาได้สักระยะแล้ว ผมก็ได้ใช้ความสามารถนี้ ในการจัดการกับ ผู้ใช้ที่พยายามโหลด bittorrent โดยใช้งานร่วมกับ Suricata ทำให้ลดความยุ่งยากในการจัดการไปได้ดีทีเดียว
* เพิ่ม counters โดยความสามารถนี้ จะทำให้ ipset สามารถที่จะเก็บจำนวน packets/bytes ของแต่ละ element ได้ ซึ่งก็ตรงกับความต้องการของ RahuNAS ที่ต้องการทำ accounting และโยงไปถึงแนวคิด Bandwidth หนึ่งหลอด ที่ทาง ม.เกษตรฯ ทำอยู่ ณ ปัจจุบัน และทาง ม.ขอนแก่น ก็ต้องการความสามารถนี้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้ ยังไม่รวมเข้ากับ mainline kernel ต้องรอหลังจาก 3.10 ออก แต่ในระหว่างนี้ สามารถนำ patch จาก ipset upstream ไปปะกับ kernel >= 3.9.0 ได้

จาก 3 ความสามารถที่ ipset มีในขณะนี้ ก็ถึงเวลาที่รอคอย คือเวลาที่พร้อมที่จะพัฒนา rahunas-next (version 2) โดยตั้งใจจะ "ยกเครื่อง" เขียนใหม่หมดทั้งกระบิ ด้วยเหตุผลที่ว่า maintain code เก่า ดูจะลำบากกว่าเริ่มเขียนใหม่ -_-'' และ Architecture ต่าง ๆ ก็ได้เปลี่ยนไปพอสมควร จากจุดเริ่มต้นของ RahuNAS (จริง ๆ ก็ตัดสินใจจะเขียนใหม่ตั้งนานแล้วหละ แต่ก็ติดตรงว่าจะ ๆ นี่หละครับ)

หลังจากจัดแจง เตรียมที่เตรียมทาง เพื่อพัฒนา ก็เริ่มที่จุดเดียวกันกับเมื่อหลายปีก่อน คือ พัฒนาในส่วนของ rahunas kernel/userspace module โดยส่วนที่เหมือนกันกับคราวก่อนคือ ดึง module เข้ามาปรับแก้ในส่วนที่เราต้องการสำหรับ RahuNAS แต่สิ่งที่ต่างไปจากเดิม คือ ผมไม่ต้อง compile ipset ใหม่ทั้งหมดเหมือนแต่ก่อนโน้นแล้ว :P

ผลที่ได้คือ ผมได้ ip_set_rahunas.ko (kernel module) และ ipset_rahunas.so (userspace module) ไปวางให้ถูกที่ถูกทาง ก็ใช้งานได้ละ

# ipset create rh_test rahunas range 192.168.12.0/24 timeout 3600 counters
# ipset add rh_test 192.168.12.1,00:17:42:62:xx:xx
# iptables -A INPUT -m set --match-set rh_test src,src
# ipset list rh_test

Name: rh_test
Type: rahunas
Revision: 0
Header: range 192.168.12.0-192.168.12.255 timeout 3600 counters
Size in memory: 12464
References: 1
Members:
192.168.12.1,00:17:42:62:xx:xx timeout 3599 packets 1773 bytes 114658
# iptables -nvL INPUT
Chain INPUT (policy ACCEPT 2973 packets, 192K bytes)
 pkts bytes target     prot opt in     out     source               destination         
 2973  192K            all  --  *      *       0.0.0.0/0            0.0.0.0/0            match-set rh_test src,src

หลังจากทดสอบเบื้องต้น โดยผมปรับแก้จาก bitmap:ip,mac module ซึ่งสิ่งที่เพิ่มเข้าไปคือ ให้ timeout ถูก reset ถ้า set นี้ ถูก match ซึ่งก็คือ idle-timeout นั่นเอง :)

สิ่งที่จะทำเพิ่ม โดยได้อ่านเนื้อหา เรื่อง Generic Netlink มาพอสมควรแล้ว และก่อนหน้านี้ คุณ Jean-Philippe Menil ซึ่งพัฒนาระบบสำหรับสถานศึกษาเขาที่ฝรั่งเศส ได้คุยกับผม และบอกแนวทางที่เขาได้คุยกับนักพัฒนา netfilter ว่า สามารถใช้ netlink ในการส่ง message เพื่อ notify daemon ให้รู้ว่า element ไหน timeout ไปแล้วได้ โดยเขาได้ส่งตัวอย่าง patch และตัวอย่าง daemon ให้ผมดู (นานมากแล้วเหมือนกัน) แต่ code ของเขา define netlink group ขึ้นมาใหม่ ซึ่งท่าจะลำบากในการที่ต้องไป patch kernel ผมเลยลองหาข้อมูล และพบว่า Generic Netlink หรือที่ทาง นักพัฒนาบอกมาว่ามันคือ Netlink Multiplexer น่าจะเหมาะกับสิ่งที่ผมต้องการ เพราะเป้าหมายที่ผมวางไว้ในปลายทางคือ ผมจะพยายามผลักดัน RahuNAS เข้า Debian ให้ได้ การมีโครงสร้างที่ไม่ต้องไป patch โน่นนี่นั่น จะทำให้งานผมง่ายขึ้น

Pages

Creative Commons License ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของเจ้าของบทความแต่ละชิ้น
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ที่ยังไม่ได้ปรับแก้