Planet TLWG

Subscribe to Planet TLWG feed
Planet TLWG - http://debianclub.org/planet-tlwg
Updated: 1 hour 47 min ago

Thep: FOSS Behind my Wedding

25 November, 2014 - 16:08

blog นี้เป็น blog แรกที่ผมเขียนภายใต้สถานภาพ สมรส หลังจากที่ได้เข้าพิธีแต่งงานไปเมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา (นับถึงวันที่ 25 พ.ย. ที่เขียน blog นี้ ก็ครบ 30 วันพอดี)

ชีวิตผมซึ่งอยู่กับ ซอฟต์แวร์เสรี และ โอเพนซอร์ส อยู่แล้ว ก็เป็นธรรมดาที่จะมีสิ่งนี้เข้ามาพัวพันกับงานครั้งนี้

วีดิทัศน์

เริ่มจากการเตรียมวีดิทัศน์แนะนำตัวบ่าว-สาว ผมกับเจ้าสาวช่วยกันคัดรูปถ่ายของพวกเราตั้งแต่วัยเด็กจนโต แล้วนำมาสร้างเป็นวีดิทัศน์เล่นภาพสไลด์พร้อมเพลงประกอบ

เครื่องมือแรกที่ใช้คือ dvd-slideshow ซึ่งเป็นชุด command-line สำหรับสร้างวีดิทัศน์จากแฟ้ม spec ซึ่งเป็น text file แต่ติดปัญหาว่ามันมี error message และ gen video ไม่สำเร็จ จึงได้ file Debian #750626 พร้อมเสนอแพตช์แก้ ซึ่งเริ่มมีผลในรุ่น 0.8.4.2-3 ของ Debian

นั่นเป็นการทดลองเครื่องมือก่อน แต่เมื่อเริ่มได้รูปภาพจำนวนหนึ่งมา การจะนั่งจัดเรียงภาพด้วยการ edit text file พร้อมกับเจ้าสาวซึ่งไม่ใช่นักคอมพิวเตอร์ มันก็ลำบากอยู่ จึงได้ไปหาเครื่องมือตัวอื่น จนกระทั่งพบ imagination ซึ่งเป็น GUI โดยใช้ GTK+ 2.0 ซึ่งทำให้สามารถลากจัดลำดับรูปภาพได้ พร้อมกับมี transition ที่หลากหลายกว่า

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อจะ gen video กลับ gen ไม่ได้ เพราะหา FFmpeg ไม่เจอ เนื่องจาก FFmpeg ได้ถูกตัดออกจาก Debian ไปแล้ว จึงได้ไปค้นบั๊กของ Debian พบ Debian #722293 ซึ่งมีผู้รายงานไว้ และได้ forward bug ไปที่ต้นน้ำ (Imagination #78) จึงตามไปคุยและเสนอแพตช์ที่ต้นน้ำ พร้อมกลับมาแปะแพตช์ไว้ที่ Debian ด้วย

ผู้พัฒนาต้นน้ำดูจะไม่กระตือรือร้นสักเท่าไรกับแพตช์ที่เสนอ หลังจากตรวจสอบไปก็พบว่า FFmpeg ยังไม่ตาย ไม่ได้เปลี่ยนชื่อเป็น libav อย่างที่ผู้ดูแลแพกเกจใน Debian และ Ubuntu พยายามจะสื่อถึงผู้ใช้ แต่ libav เป็น fork หนึ่งของ FFmpeg ซึ่งทีม Debian เลือกมาใช้แทน แต่ในดิสโทรอื่นยังคงใช้กันอยู่ และผู้ใช้ Debian/Ubuntu บางส่วนก็ต้องการกลับไปใช้ FFmpeg เหมือนเดิม (อ่าน ตัวอย่างเรื่องเล่าสถานการณ์) และมีนักพัฒนา Debian เสนอกลับเข้ามาใหม่ จนกระทั่ง ได้เข้า experimental และ sid ในที่สุด (แต่ไม่ทัน Jessie freeze จึงไม่มีใน Jessie)

อย่างไรก็ดี ในขณะที่ผมทำวีดิทัศน์ของผมอยู่นั้น Debian ไม่มี FFmpeg ทั้งใน testing และ unstable จึงได้ผลักดันแพตช์ให้ imagination กลับมาทำงานได้ โดยเพิ่มระดับความรุนแรงของ Debian #722293 จาก important เป็น grave เพื่อให้มันกลายเป็น RC bug เพราะถึงอย่างไร FFmpeg ก็จะไม่มีใน Jessie ถ้า Debian จะออก Jessie พร้อมกับ imagination ที่ต้องการ FFmpeg มันก็จะไม่สามารถ gen video ได้เลย จนในที่สุด แพตช์ก็เริ่มมีผลในรุ่น 3.0-5 ของ Debian ส่วนที่ต้นน้ำนั้น ผมเข้าใจแล้วว่าบั๊กนี้ไม่ถือว่ารุนแรงนอก Debian/Ubuntu

เป็นอันว่า กว่าผมจะเริ่มทำวีดิทัศน์ได้ ก็ได้แก้ RC bug ใน Debian ไปแล้ว 2 bug และสามารถสร้างวีดิทัศน์ได้ตามที่ต้องการ

พิมพ์ซอง

ตัวการ์ดเชิญนั้น แน่นอนว่าผมพิมพ์เองไม่ได้ ก็สั่งร้านพิมพ์ให้ แต่การพิมพ์ชื่อแขกที่จะเชิญลงที่หน้าซองนั้น จำเป็นต้องทำระบบให้เป็นอัตโนมัติสักหน่อย

ผมเริ่มจากเขียน shell script เอง โดยอ่านรายชื่อจาก text file มาสร้างแฟ้ม LaTeX ก่อนคอมไพล์เป็น PDF ทีละราย แต่นั่นทำให้จำนวนไฟล์เยอะมาก PDF 1 แฟ้มต่อแขก 1 คน

ผมจึงมองหาวิธีทำ mail merge ใน LaTeX ดู ก็พบแพกเกจ mailmerge แต่ปรากฏว่าต้องใส่รายชื่อใน LaTeX source เลย แทนที่จะแยกออกมาข้างนอกต่างหาก กลายเป็นว่า PDF ไฟล์เดียวมีซองของแขกทุกคน ทำให้เพิ่มแขกที่จะเชิญทีละกลุ่มได้ลำบาก (คุณนึกออกไหม? เวลาที่นึกได้ว่าควรเชิญญาติคนนั้นเพิ่ม เพื่อนคนนู้นทวงการ์ดเชิญ เพื่อนที่ได้การ์ดแนะนำว่าควรเชิญคนนั้นคนนี้เพิ่มอีก ฯลฯ ผมจึงต้องเตรียมพร้อมที่จะพิมพ์ซองเพิ่มได้ตลอดเวลา)

จนกระทั่งพบแพกเกจ textmerg ที่ตอบโจทย์ของผม เพราะสามารถทำ master file ของซองเอาไว้ แล้วจัดการรายชื่อแขกในแฟ้มภายนอกต่างหาก จากนั้นสั่งคอมไพล์และจัดพิมพ์ซองทีละกลุ่ม หนึ่งกลุ่มหนึ่งไฟล์ ทำให้จำนวนไฟล์ไม่เยอะเกินไป และสามารถคัดแยกได้สะดวก ว่ากลุ่มไหนพิมพ์ซองไปบ้างแล้ว กลุ่มไหนยังไม่พิมพ์

สำหรับ LaTeX ไม่พบบั๊กอะไรครับ ใช้งานได้ราบรื่นดี รายละเอียดการใช้งานสามารถศึกษาจากเอกสารของแพกเกจได้ไม่ยาก (บน Debian ก็แค่สั่ง texdoc ชื่อแพกเกจ บนเทอร์มินัล) หรือถ้ามีเวลา ผมอาจจะเขียนวิธีการในภายหลัง

นั่นคือการใช้ FOSS ในการเตรียมงานแต่งงานของผมครับ ผ่านมาได้ด้วยดี ก็บันทึกไว้เป็นกรณีศึกษาเสียหน่อย :-)

Kitt: ซูชิ

20 November, 2014 - 20:58
เมื่อวาน โมจิไล่กัดซูชิ เป็นแผลใหญ่ ซูชินอนแน่นิ่งจมกองเลือด แต่ยังหายใจอยู่ หลังจากทำแผล ผูกผ้าห้ามเลือด ก็ปล่อยให้นอน ซูชินอนนิ่ง ขยับได้แค่กระดิกหาง เช้ามืด ซูชิไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว มันจากไปแล้วเมื่อคืน ที่พักสุดท้ายของซูชิ อยู่หลังบ้านใต้ต้นทับทิม

Kitt: Bike Wheels

18 November, 2014 - 07:36
เห็นพี่ๆ ปั่นจักรยานวินเทจใช้ Campag. Shamal สวยเข้ากับรถมาก วันนี้เลยเข้าเว็บชมชุดล้อ อ่านรีวิวไปเรื่อย เริ่มอยากได้ Campag. Scirocco แต่ว่าพอดูราคาแล้ว คงได้ Bitex ไปแทน Scirocco กับ Bitex มีจุดเด่นต่างกันนิดหน่อย (ราคาก็ต่างกัน ~2-3 กิโล) Scirocco สวย แข็ง และโมเมนตัมแถวๆ 30+ km/h ดี ในขณะที่ Bitex พุ่ง ตอบสนองดี ลื่น และถ้าเลือกรุ่นที่โม่ดีแล้ว “ลื่นมากๆๆ” มีนักปั่นโพสไว้ว่า ทดสอบ Bitex ไหลลงเขา ไม่ปั่น ได้ถึง 80 กม/ชม ทางเรียบสำหรับผม ทั้งคู่น่าจะทำให้ถึง av. 35+ ได้ไม่ยาก แรงอีกหน่อยอาจจะไป 40+ ถึงเวลานั้นค่อยไปกับทีมเคียมห้วย

Kitt: {AWE+PAO}

7 November, 2014 - 02:12
Congrats! See you both on the day.

Kitt: Google Slides

20 October, 2014 - 17:47
Google Slides เวลาสั่งพิมพ์ เลือกขขนาดกระดาษไม่ได้ มันออกเป็น US Letter อย่างเดียว สืบย้อนกลับไปพบว่ามันเป็นแบบนี้มา 2 ปีแล้ว ที่ต้องการเวลานี้ใน Google Slides มี สองรายการ เลือกขนาดกระดาษเวลาพิมพ์ได้ รันเลขหน้าอัตโนมัติ ได้สองรายการนี้ก็แทบจะ cover หมดแล้ว ย้าย platform ได้เลย /me .. ชอบ snap to guide เจ๋ง และ มีประโยชน์ :)

Kitt: 순두부찌개

20 October, 2014 - 01:02
วันนี้ทำกับข้าวให้คุณนายชิม “순두부찌개” สตูว์เต้าหู้อ่อนรสจัดของเกาหลี ทำง่าย อร่อยง่าย 55+

Kitt: Coffee

19 October, 2014 - 00:22
เมื่อวานขณะขับรถผ่านร้านกาแฟ เกิดระลึกชาติได้ว่า ดื่มกาแฟมาตั้งแต่ มัธยมสอง แทบไม่หยุดเลย .. คำนวณหยาบๆ ก็ไม่น้อยกว่า ยี่สิบห้าปี หลังๆ ทำไมคิดอะไรเป็นเลขปีมันเยอะจังวะ วันก่อนคำนวณว่าใช้ลินุกซ์นานขนาดไหนก็ร่วมยี่สิบปี นับเฉพาะเดสก์ท็อปก็สิบห้าปีแล้ว สงสัยจะเข้าสู่วิกฤติ

Kitt: KAIST/IPFGRU 2012

18 October, 2014 - 00:54
Oct. last year I’ve attends KAIST/IPFGRU 2012, held in Seoul and also visited friends in Busan. Here are some photo. :)

Kitt: A minute, an hour, a day, and a lifetime.

18 October, 2014 - 00:18
첫눈에 반하는것 … 일분 걸린다 누군가를 좋아하게 되는건 … 한시간 누군가를 사랑하게 되는 시간 … 하루 누군가를 잊는건 … 평생 걸린다 —  진주 목걸이 Love at first sight … a minute Liking someone … an hour Loving someone … a day Forgetting someone … a lifetime — Pearl Necklace

Kitt: ม.๗

18 October, 2014 - 00:18
ม.๗ มันคือ default ที่วางท้ายสุดใน switch หรือ else สุดท้าย ใน else-if construct command ใน default / else ต้องหยิบเอา functions ที่เคย define มาแล้ว ใช้กันมานานมาใช้ โดย pass parameter ของกรณีนี้ไปเป็น input ถ้าจำเป็น จะ wrapper / template / polymorphism อะไรก็ว่ากันไป .. #ห๊ะ

Kitt: when it happens, it happens ..

18 October, 2014 - 00:17
เมื่อคราวปี 49 “เคย” มีเหตุมาแล้ว มันก็เลยกลายเป็นตำนานต่อๆ กันมา

Kitt: มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 19

18 October, 2014 - 00:14
เข้า กทม. ไปบรรยายเรื่อง Cloud บ่ายแก่ๆ ว่างมาเดินงานหนังสือ มาไวไปไว คินดะอิจิยอดนักสืบ ตอนที่ 27 เสือดำจากรัตติกาล คินดะอิจิยอดนักสืบ ตอนที่ 28 โรงละครผีสิง คินดะอิจิยอดนักสืบ ตอนที่ 29 หน้ากากมรณะ คินดะอิจิยอดนักสืบ ตอนที่ 30 ปฏิทินแม่มด มิเกะเนะโกะโฮล์มส์ แมวสามสียอดนักสืบ ตอนที่ 21 สนามสอบมหาภัย มิเกะเนะโกะโฮล์มส์ แมวสามสียอดนักสืบ ตอนที่ 22 ปริศนาโฮล์มส์หนีออกจากบ้าน เอส คำสาปกลายพันธุ์ พุ่มรัก พานสิงห์ ชุด 5 คดีล่าคนเจ้าชู้ พุ่มรัก พานสิงห์ ชุด 6 คดีศพล่องหน หมดไป 1,627 บาท สบายใจละ

LookHin: เพิ่มความปลอดภัยให้ระบบล็อกอินบนเว็บด้วยการทำ 2 Step Verification

16 October, 2014 - 13:37

บทความนี้จะเป็นการแนะนำการใช้งาน Google Authenticator และทดสอบการทำ 2 Step Verification แบบ TOTP (Time-based One-time Password) เพื่อเป็นแนวทางในการทำระบบล็อกอินในหน้าเว็บไซต์ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น โค้ดที่ใช้ทดสอบในบทความนี้จะเป็น PHP ที่สามารถโหลดได้ฟรีจาก Github หรือหากต้องการใช้ไลบรารีในภาษาอื่นเช่น Python, .NET หรือ HTML5 ให้ลองดูจากข้อมูลอ่างอิงจาก Wikipedia ในท้ายบทความนะครับ

อย่างแรกสุดให้ทำการติดตั้ง Google Authenticator กันก่อนครับ ถ้าใครใช้ Android หรือ iOS ก็โหลดกันจากสโตร์ของแต่ละค่ายได้เลย โดยค้นหาคำว่า Google Authenticator และทำการติดตั้งให้เรียบร้อย เมื่อติดตั้งแล้วจะได้หน้าตาประมาณนี้

Google Play
https://play.google.com/store/apps/details?id=com.google.android.apps.authenticator2

App Store
https://itunes.apple.com/en/app/google-authenticator/id388497605?mt=8

จากนั้นทำการโหลดไลบรารีจาก https://github.com/chregu/GoogleAuthenticator.php ทำการ unzip ให้เรียบร้อย เดียวเราจะใช้เฉพาะไฟล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์ /lib

เขียนโปรแกรมเพื่อสร้าง Security Key ซึ่ง Key ที่ได้จะเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษกับตัวเลขรวมกัน 16 ตัว จากชุดตัวอักษรต่อไปนี้ “ABCDEFGHIJKLMNOPQRSTUVWXYZ234567″ เราอาจจะสุ่มออกมา 16 ตัวเองก็ได้นะครับ

1
2
3
4
5
6
7
8
9
<?php
include_once("lib/GoogleAuthenticator.php");
 
$g = new GoogleAuthenticator();
$secret = $g->generateSecret();
 
echo $secret;
 
?>

นำค่า Security Key ที่ได้ไปสร้าง QR Code อันนี้ใครจะทำโปรแกรมสร้าง QR Code เองก็ได้ ซึ่งผมแนะนำให้สร้างเองดีกว่าอย่างน้อย Security Key ก็จะได้ไม่หลุดออกไปที่อื่น แต่ในบทความนี้จะใช้ทดสอบการทำงานเท่านั้น ฉะนั้นผมจะสร้างจากเว็บที่ให้สร้าง QR Code แบบออนไลน์เลยนะครับ ในทีนี้ผมจะใช้ http://qrcode.kaywa.com/

โดยให้ใช้สตริงต่อไปนี้ในการสร้าง QR Code

1
otpauth://totp/LABEL?secret=SECURITY_KEY&issuer=ISSUER_NAME

LABEL = ข้อมูลที่จะแสดงในโปรแกรม Google Authenticator ว่ารหัสนี้จะใช้กับอะไร
SECURITY_KEY = Security Key ที่เราสร้างจากขั้นตอนที่แล้ว
ISSUER_NAME = ชื่อหน่วยงานของเรา

จริงๆ ทั้ง LABEL และ ISSUER_NAME เราสามารถตั้งเป็นอะไรก็ได้นะครับ

จากตัวอย่างสตริงที่จะใช้สร้าง QR Code ของผมก็จะเป็น

1
otpauth://totp/www.unzeen.com?secret=DG4WCXVUVYENHLLS&issuer=2-Step-Login

เมื่อสร้างแล้วจะได้ QR Code ออกมาประมาณนี้

ทำการสแกน QR Code ที่ได้ เพื่อทำการเพิ่มข้อมูลลงในโปรแกรม Google Authenticator เมื่อเสร็จแล้วจะเห็นว่ามีรหัสของเราขึ้นมาแสดงที่หน้าของโปรแกรม Google Authenticator อย่างในรูป

ขั้นตอนสุดท้าย เขียนโปรแกรมเพื่อทำการตรวจสอบว่ารหัสที่ป้อนเข้ามาถูกต้องหรือไม่

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
<?php
include_once("lib/GoogleAuthenticator.php");
 
$g = new GoogleAuthenticator();
 
if ($g->checkCode("DG4WCXVUVYENHLLS",$_GET['code'])) {
    print "YES \n";   
} else {
    print "NO \n";
}
 
?>

อ้างอิง:
http://en.wikipedia.org/wiki/Google_Authenticator
https://github.com/chregu/GoogleAuthenticator.php
https://support.google.com/accounts/answer/1066447?hl=en

LookHin: การตั้งเวลาของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ CentOS 6.5

14 October, 2014 - 13:20

พอดีว่าผมกำลังจะทำระบบล๊อกอินในหน้าเว็บไซต์ให้เป็น 2 Step Verification แบบ Time-based One-time Password เลยต้องทำการกำหนดค่าเวลาบนเซิร์ฟเวอร์ให้ตรงกับ NTP Server เลยถือโอกาสเอามาเขียนเก็บไว้หน่อยเป็นบันทึกช่วยจำ โดยจะลองเปลี่ยนทั้งค่า Time Zone ลองตั้งค่าเวลาเอง และกำหนดให้เซิร์ฟเวอร์ใช้ค่าเวลาจาก NTP Server ส่วนเรื่องการทำ Time-based One-time Password ไว้คราวหน้าจะเขียนอีกรอบหนึ่ง

อย่างแรกทำการตรวจสอบก่อนว่าระบบของเราตั้ง Time Zone เป็นประเทศไทยแล้วหรือยัง ด้วยคำสั่ง

1
cat /etc/sysconfig/clock

จะเห็นว่า Time Zone ปัจจุบันของเราเป็น America/New_York ซึ่งจะทำให้เวลาไม่ตรงกับเวลาในประเทศไทย

ถ้าหากยังไม่ใช่ Time Zone ของประเทศไทย ให้ทำการเปลี่ยนด้วยการแก้ไข /etc/sysconfig/clock ให้เป็น ZONE=”Asia/Bangkok”

1
nano /etc/sysconfig/clock

จากนั้นทำการอัพเดท Time Zone ด้วยคำสั่ง

1
tzdata-update

และทำการตรวจสอบเวลาปัจจุบัน

1
date

หากต้องการตั้งเวลาใหม่ ให้ใช้คำสั่ง

1
date MMDDhhmmCCYY.ss

โดยความหมายของตัวอักษรแต่ละตัวดังนี้ครับ MM = month, DD = day, hh = hour, mm = minute, CCYY = 4 digit year, ss = seconds

ตัวอย่าง หากเราต้องการแก้ไขวันเวลาให้เป็นวันที่ 11 October 2014 เวลา 10.10 ก็จะสามารถสั่งได้ดังนี้

1
date 101110102014.00

หรือจะใส่แบบนี้ก็ได้เช่นกัน

1
date -s "10:10:00 October 11, 2014"

จากนั้นเรามาลองทำการตั้งเวลาของเครื่องโดยใช้ Network Time Protocol (NTP) กันต่อเลยครับ เริ่มจากติดตั้ง package ntp กันก่อน

1
yum install ntp

จากนั้นสั่งสตาร์เซอร์วิสและกำหนดให้ ntpd ทำงานทุกครั้งที่เปิดเครื่อง

1
2
service ntpd start
chkconfig ntpd on

เรียบร้อยครับ เท่านี้เครื่องของเราก็จะมีเวลาที่ตรงกับ NTP Server แล้วครับ

Thep: Thanks

4 October, 2014 - 16:05

ไม่ได้ blog ขอบคุณผู้สนับสนุนเสียหลายเดือน แม้จะได้อัปเดตหน้า ขอบคุณ มาตลอด แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัด จึงพยายามใช้ในการทำงานให้เต็มที่ครับ ก็ขออนุญาตขอบคุณย้อนหลัง 5 เดือนกันเลย

ขอขอบคุณย้อนหลัง สำหรับผู้สนับสนุนงานพัฒนาซอฟต์แวร์เสรีของผมในช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายนที่ผ่านมา คือ:

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่าน การสนับสนุนของท่านช่วยให้ผมสามารถเจียดเวลามาทำงานพัฒนาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเงินจนเกินไป ก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับซอฟต์แวร์เสรี และขอให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานนะครับ

ช่วงที่ผ่านมา นอกจากงานที่ได้เขียน blog บันทึกมาเป็นระยะแล้ว ก็ยังมีงานแปล GNOME, Debian, Xfce ที่ยังคงทำเป็นระยะเช่นเคย โดยยังได้เข้าร่วม ทีมไทย ใน Translation Project เพิ่มเติมด้วย (เริ่มที่ leafpad ตัวเดียวก่อน เพื่อเรียนรู้ระบบ)

และในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผมก็ได้รับคำท้า IceBucketChallenge จากพี่โดมทาง FB โดยผมเลือกที่จะแปรคำท้าเป็น Iceweasel Challenge ด้วยการบริจาคแพตช์ให้ Firefox/Iceweasel ซึ่งผมได้เลือก Bug #425915 ว่าด้วยการวิเคราะห์ขอบเขตของคำไทยในข้อความทั่วไป ซึ่งจะส่งผลถึงการเลื่อนเคอร์เซอร์ทีละคำ, การเลือกคำด้วยดับเบิลคลิก, การส่งคำให้ระบบอำนวยความสะดวกแก่ผู้บกพร่องทางกายภาพ (accessibility) ฯลฯ ปรากฏว่าบั๊กนี้ไม่หมูอย่างที่คิดครับ นับแต่แพตช์แรกจนถึงวันนี้ก็ปรับแก้มาเรื่อย ๆ จนผ่านไป 1 เดือนก็ยังไม่แล้วเสร็จ แล้วผมค่อยเขียน blog เล่าในโอกาสต่อไปนะครับ

Sothorn: การตั้งค่าต่างๆ บน CentOS 7

21 September, 2014 - 22:31
AttachmentSize การตั้งค่าต่างๆ บน CentOS 796.28 KB หมวดหมู่: CentOS

เช่น hostname locale date time ฯลฯ

Sothorn: เปลี่ยน runlevel บน CentOS7 ด้วย systemd target

21 September, 2014 - 21:31
หมวดหมู่: CentOS

ต้องการดูว่า ปัจจุบัน runlevel อะไร

$ systemctl get-default
graphical.target

หากต้องการเปลี่ยน runlevel ให้ใช้คำสั่ง

systemctl set-default name.target

โดยที่ name ดูได้จากตารางด้านล่าง

เช่นเปลี่ยนเป็น runlevel3

# systemctl set-default multi-user.target

 

หากต้องการเข้า rescue mode ในขณะที่ทำงานอยู่ ให้ใช้คำสั่ง

# systemctl rescue

 

Comparison of SysV Runlevels with systemd Targets

Runlevel Target Units Description 0 runlevel0.target,
poweroff.target Shut down and power off the system. 1 runlevel1.target,
rescue.target Set up a rescue shell. 2 runlevel2.target,
multi-user.target Set up a non-graphical multi-user system. 3 runlevel3.target,
multi-user.target Set up a non-graphical multi-user system. 4 runlevel4 .target,
multi-user.target Set up a non-graphical multi-user system. 5 runlevel5.target,
graphical.target Set up a graphical multi-user system. 6 runlevel6.target,
reboot.target Shut down and reboot the system.

 

 

 

อ้างอิง : https://access.redhat.com/site/documentation/en-US/Red_Hat_Enterprise_Linux/7/html/System_Administrators_Guide/index.html

Kitt: The 10-Books Quest

9 September, 2014 - 10:10
พี่ Theppitak Karoonboonyanan กับ Kamthorn Krairaksa แท็ก quest หนังสือสิบเล่ม ส่งงานครับ 1. วงกลมกลับหัว (อาจารย์เซน กิลเบิร์ต) + การ์ตูนเซ็น (various) อ่านช่วงที่ตามหาคำตอบบางอย่างในชีวิต เปิดหูเปิดตามากๆ 2. Foundation Series (Isaac Asimov) อ่านครบทุกภาค แต่นับแล้วก็ยังประทับใจเฉพาะภาคที่ Asimov เขียน ลึกซึ้งมาก 3. Robot Series (Isaac Asimov) I, Robot + Elijah Baley ไม่แน่ใจว่ายังเหลือภาษาไทยอีกไหม 4. Michael Bolitar Series (Harlan Coben) 5. Harry Bosch Series (Michael Connelly) 6. Kosuke Kindaichi […]

Thep: swath 0.5.3

2 September, 2014 - 15:10

swath 0.5.3 ออกแล้วเมื่อวานนี้ รุ่นนี้เป็นการปรับพจนานุกรมตามหลัง การอัปเดต TeX hyphenation pattern ซึ่งปรับตามพจนานุกรมของ LibThai 0.1.21 อีกทอดหนึ่ง แต่พร้อมกันนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นที่น่าสนใจด้วย

คุณ +Sorawee Porncharoenwase รายงานมาใน Google+ ส่วนตัวว่าพบบั๊ก 2 ตัวใน swath เมื่อใช้งานกับ plain text:

  • เมื่อป้อนข้อความ UTF-8 ยาว ๆ ผ่านคำสั่ง swath -u u,u ปรากฏว่าข้อความจะถูกตัดท้ายก่อนจบ
  • swath ทะลึ่งไปแทรกรหัสตัดคำในภาษาอังกฤษและหลังเครื่องหมายวรรคตอนบางตัวในโซนภาษาไทยด้วย เช่น:
    hello (|world)
    สวัสดี (|ครับ|)
    

บั๊กแรกนั้น ความจริง swath จองที่ไว้สำหรับบรรทัดยาวถึง 2000 อักขระ ซึ่งข้อความตัวอย่างที่คุณ Sorawee ให้มาก็ไม่ได้เกินนั้น เมื่อตรวจสอบก็พบว่ามาจากโค้ดส่วนอ่าน-เขียน UTF-8 ที่จองบัฟเฟอร์ไว้รองรับแค่ 1 ไบต์ต่ออักขระ ในขณะที่ UTF-8 ต้องการถึง 6 ไบต์ต่ออักขระใน extreme case จึงได้จองเนื้อที่ไว้ให้เพียงพอ ก็แก้ปัญหาได้

บั๊กที่สอง มีวิธีแก้ได้สองวิธี คือเข้าไปล้วงในอัลกอริทึมตัดคำระดับล่างของ swath เลย หรือแก้ที่ตัวอ่าน token เพื่อให้ส่งเฉพาะภาษาไทยเข้าสู่อัลกอริทึมตัดคำเท่านั้น ผมเลือกอย่างหลัง ด้วยเหตุผลสองประการ:

  1. โค้ดระดับล่างของ swath นั้น เป็นโค้ดที่คนเขียนอ่านรู้เรื่องคนเดียว (ซึ่งไม่ใช่ผม) และไม่ได้ออกแบบให้รองรับการปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก การเข้าไปแตะโค้ดส่วนนี้จึงเสี่ยงเกินไป
  2. ใน file filter ทั้งหลาย ทั้งสำหรับ LaTeX, HTML และ RTF ต่างก็ใช้วิธีส่งเฉพาะ token ภาษาไทยไปให้อัลกอริทึมตัดคำทั้งนั้น ในขณะที่ส่วนจัดการ plain text กลับส่งเข้าไปทั้งก้อนโดยไม่แยก การแก้ส่วนจัดการ plain text ให้ทำงานแบบเดียวกันจึงดูสมเหตุสมผล

และก่อนที่จะออก swath ในแต่ละรุ่น ผมพยายามจะทำความสะอาดโค้ดไปทีละนิด สำหรับรุ่นนี้ สิ่งที่ทำคือตัดโค้ดที่ไม่ได้ใช้งานทิ้ง ได้แก่โค้ดส่วนทำ shaping ภาษาไทยใน LaTeX filter ซึ่งไม่มีการเรียกใช้มานานมากแล้ว ตั้งแต่มี thailatex (ซึ่งปัจจุบันคือ babel-thai ใน CTAN) ที่รองรับการทำ shaping ผ่าน virtual font มาตั้งแต่ต้น เมื่อตัดโค้ดส่วนนี้ไป ก็ทำให้ขนาดของโปรแกรมลดลง 4.1 KiB

นอกจากนี้ ก็ได้ปรับข้อความใน man page นิดหน่อยด้วย หลังจากที่ thailatex เปลี่ยนเป็น babel-thai มาระยะหนึ่งแล้ว (ประกาศเมื่อปีกลาย) ก็กล่าวถึง babel-thai ให้เหมาะสม

อัปโหลดเข้า Debian Sid แล้วครับ คุณควรจะเจอแพกเกจใหม่ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วแหละ

Kitt: Migrate to MariaDB

1 September, 2014 - 23:42
Just drop a note that I’ve just migrated from Percona to Maria DB. See if it goes well ..

Pages

Creative Commons License ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของเจ้าของบทความแต่ละชิ้น
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ที่ยังไม่ได้ปรับแก้