server

เห็นมีการคุยกันที่ codenone เรื่องโฮสต์ไพธอนหายากมาก จึงขออนุญาตบันทึกการทำโฮสต์ไว้ใช้เองไว้ที่นี่แทน เพราะว่าเราใช้เดเบียน ;D เพื่อจะได้สามารถใช้งาน Python Ruby หรือแพกเกจที่ไม่ใช่แพกเกจท้องตลาดได้อย่างอิสระเสรี

ขั้นตอนคร่าว ๆ คือ

  1. คิดชื่อโดเมน และตรวจสอบว่าชื่อที่เราตั้งยังว่างอยู่หรือไม่
  2. จดทะเบียน dynamic domain name server
  3. จดทะเบียนชื่อโดเมน
  4. สร้างสคริปต์สำหรับเปลี่ยนไอพี เมื่อสายหลุด

เริ่มด้วย

  1. ติดตั้ง Apache2 + OpenSSL
    # aptitude install apache2 openssl
    

    ผ่านขั้นตอนนี้ เราก็ได้ web server ที่คอยบริการ HTML ได้แล้ว แต่จุดประสงค์เรายังไม่ลุล่วง ต้องไปต่อ

  2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่า port 443 จะทำงานเมื่อเปิดใช้งานมอดูล SSL ใน Apache2
    # cat /etc/apache2/ports.conf
    Listen 80
    <IfModule mod_ssl.c>
        Listen 443
    </IfModule>
    

    ถ้ามีไม่เหมือนในตัวอย่าง ให้เพิ่มเข้าไป ใน Apache2 รุ่นหลัง ๆ ใน Debian ตั้งค่าดังกล่าวเป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว

    หลังจากนั้นก็เปิดใช้งานมอดูล

เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผมใช้บ่อยมาก ๆ ก็คือ กรณีที่เราต้องการจะได้รายชื่อ

client001 = 192.168.1.101
client002 = 192.168.1.102
client003 = 192.168.1.103
...
...
client100 = 192.168.1.200

จะเห็นว่า ถ้าต้องนั่งพิมพ์นี่ ต้องปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว -_-' หรือผู้เชี่ยวชาญบางท่านอาจบอกว่า เขียนสคริปต์เอาก็ได้ ใช่ครับทำอย่างนั้นก็ไม่ผิด แต่ทาง BIND server มีทางเลือกที่ดีกว่าให้ครับผม นั่นก็คือ

Topic: 

สมมุติว่าเรามีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอยู่ที่สำนักงานอยู่แล้ว และต้องการหมุนโมเด็มเข้าไปเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตที่สำนักงาน ก็ต้องทำเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่สำนักงานให้ทำหน้าที่เป็น ppp server หรือ dial-up server

ตามตัวอย่างจะให้เครื่องเรามีไอพีเป็น 192.168.1.1

เริ่มด้วยการติดตั้ง mgetty เพื่อทำหน้าที่รับสายโทรศัพท์

# aptitude install mgetty

เราจะเรียกใช้งาน mgetty ให้เป็น daemon โดยผ่านโปรแกรม init ปรับตั้งที่ไฟล์ /etc/inittab โดยเติมบรรทัดคำสั่งดังนี้

หลาย ๆ คนในที่นี้ ที่ต้องดูแลเครื่อง server และการ remote เข้าไปควบคุมเครื่อง ผ่านทาง Secure Shell (SSH) เป็นเรื่องที่สร้างความสุขให้แก่เราอย่างมาก เนื่องจากไม่ต้องเข้าไปดูหน้าเครื่องก็ได้ แต่ไม่ใช่เราเพียงผู้เดียวที่อยากเข้าไปใช้งาน ผู้ไม่ประสงค์ดี ก็อยากเข้าไปใช้เหมือนกัน โดยความพยายามที่จะเดาชื่อ username และ password (Dictionary Attacks - Brute Force) แต่โชคยังดีที่ server ส่วนใหญ่ที่ดูแลอยู่ มี user ไม่มาก แถม password ก็ไม่ต้องห่วงให้เดาก็ต้องเดานานมาก ๆ หากอยากตรวจสอบความยากง่ายของ password ที่ใช้อยู่ สามารถทดสอบได้ที่ http://

เอามาจาก ThaiLinuxCafe - debian : ติดตั้ง samba อย่างง่าย

samba เป็นแพกเกจที่ใช้ทำไฟล์เซิร์ฟเวอร์ที่มีชื่อเสียงของลินุกซ์ สามารถใช้งานทดแทน Netware หรือ WindowsNT ได้ดีพอควร

Pages

Creative Commons License ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของเจ้าของบทความแต่ละชิ้น
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ที่ยังไม่ได้ปรับแก้